ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
Sponsors
view all
Banner
view all
Article
Share
ถนัดซ้ายหรือถนัดขวาดีกว่ากัน

ถนัดซ้ายหรือถนัดขวาดีกว่ากัน โดยปกติเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ควรใช้มือทั้ง 2 ข้างพอๆ กัน และเริ่มแสดงความถนัดตอนอายุใกล้ๆ 1 ปีขึ้นไปจนถาวรเมื่ออายุประมาณ 3 ปี ทั้งนี้ เนื่องจากสมองในช่วงอายุก่อน 3 ปี เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่อาจไม่เท่าเทียมกันในทุกๆ ส่วนของสมอง สมองซีกซ้ายควบคุมร่างกายซีกขวา และสมองซีกขวาควบคุมร่างกายด้านซ้าย เด็กที่แสดงอาการถนัดซ้ายอาจเป็นเพราะสมองซีกขวาเจริญเร็วกว่า ซึ่งบางรายพบว่ามีปัญหาในเรื่อง พูดช้าร่วมด้วย เนื่องจากสมองส่วนที่ควบคุมการพูดซีกซ้ายเจริญช้ากว่า 

ดังนี้ในช่วงอายุ 1-2 ปี อาจฝึกเด็กที่ถนัดซ้ายให้ใช้มือขวาเก่งขึ้น โดยพยายามส่งของเข้าด้านขวาให้ประจำ พยายามให้มือซ้ายไม่ว่าง เช่น ให้จับของอื่นอยู่ก่อนแล้ว ไม่เช่นนั้นเด็กจะเอื้อมมือซ้ายมาหยิบของด้านขวา หรือแม้แต่หยิบด้วยมือขวาแล้วก็จะส่งเปลี่ยนไปถือด้วยมือซ้ายต่อ การฝึกฝนอาจจะทำในทุกกิจกรรมหรืออย่างน้อยก็ควรฝึกจับช้อนตักอาหารและจับดินสอด้วยมือขวาให้เคยชิน เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่มีผลกระทบด้านการปรับตัวในสังคม 

ขอเน้นการฝึกจะไม่มีผลเสียหากใช้วิธีธรรมชาติ ไม่บังคับเข้มงวด และในทางกลับกันเด็กถนัดซ้ายที่ไม่ได้รับการฝึกให้ถนัดขวา หรือฝึกแล้วเด็กต่อต้านมากจนฝึกไม่ได้ การปล่อยให้ถนัดซ้ายไปจนเป็นผู้ใหญ่ก็อาจไม่ใช่ปัญหาซีเรียสแต่อย่างใด 

อาการใช้มือข้างเดียวไม่ว่าจะขวาหรือซ้ายก่อนอายุ 1 ปี ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูว่ามือและแขนอีกข้างหนึ่งมีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเกร็งเนื่องจากการกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทหรือสมองหรือไม่ กรณีนี้ต้องใช้วิธีกายภาพบำบัดร่วมด้วย จึงจะช่วยให้มือและแขนข้างที่มีปัญหาใช้งานได้ดีขึ้น แม้ว่าจะด้อยกว่าอีกข้างไปตลอดก็ตาม
  
 ข้อมูลจาก : http://www.momchannel.com
Article Other
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก
Sponsors
view all
Banner
view all