ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
ข่าวสาร
แบ่งปัน
สัญญาณเตือน! โรคคาวาซากิ ที่พบในเด็ก



สัญญาณเตือนโรคคาวาซากิในเด็ก

 

โรคคาวาซากิ (Kawasaki disease) หรือ “โรคหัดญี่ปุ่นในเด็ก” มักเกิดในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อาการเริ่มต้นจะมีอาการคล้ายไข้หวัดแต่มักจะมีไข้สูงนาน ต่อมาจะเกิดการอักเสบที่นำไปสู่หลอดเลือดอักเสบทั้งร่างกาย รวมทั้งอาจทำให้หลอดเลือดหัวใจโป่งพองและเสียชีวิตเฉียบพลันได้


พ่อแม่ควรระวัง! โรคคาวาซากิมักพบในเด็กเล็ก

 

        สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีการสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวกับทางพันธุกรรม (genetic) ร่วมด้วย มักพบในเด็ก โดยเฉพาะอายุน้อยกว่า 8 ปี พบมากในช่วงอายุ 1-5 ปี ซึ่งพบได้ทั้งสองเพศ แต่พบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง (ประมาณ 1.5 :1)


อาการเตือนที่พ่อแม่ต้องสังเกตลูกน้อย

 

  • เด็กจะมีไข้สูง ถ้าไม่ได้รับการรักษาไข้จะสูงนาน ประมาณ 1-2 สัปดาห์

 

  • อาการตาแดง โดยเยื่อบุตาขาวจะแดง 2 ข้าง ไม่มีขี้ตา และเป็นหลังมีไข้ประมาณ 1-2 วัน และเป็นอยู่นาน ประมาณ 1-2 สัปดาห์

 

  • มีการเปลี่ยนแปลงของริมฝีปากและภายในช่องปาก โดยริมฝีปากแดงแห้ง เป็นอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์และผิวหนังริมฝีปากอาจแตกแห้ง เลือดออกและผิวหนัง หลุดลอกได้ ภายในเยื่ออุ้งปากจะแดงและลิ้นจะแดงคล้ายลูกสตรอว์เบอรี (Strawberry tongue)

 

  • ฝ่ามือและฝ่าเท้าจะบวมแดงแต่ไม่เจ็บ หลังจากนั้นจะมีการลอกของผิวหนังบริเวณปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า (ประมาณ 10-14 วันหลังมีไข้) และอาจลามไปที่ฝ่ามือฝ่าเท้าได้ บางรายเล็บอาจหลุดได้ หลังจากนั้นบางราย 1-2 เดือนจะมีรอยขวางที่เล็บ (Beau’s line)

 

  • ผื่นตามตัวและแขนขา มักเกิดหลังมีไข้ 1-2 วัน และมีได้หลายแบบ และผื่นอยู่นานประมาณ 1 สัปดาห์ บางรายมีผื่นแถวอวัยวะเพศร่วมด้วย และพบประมาณ 60% มีผื่นแดงที่บริเวณฉีดยากันวัณโรดที่หัวไหล่ร่วมด้วย

 

  • ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต โดยพบประมาณร้อยละ 50-70 ของผู้ป่วย ขนาดโตกว่า 1.5 ซม. แต่ไม่เจ็บ

 

  • อาการแสดงอื่นๆ ที่อาจเกิดร่วมด้วย ได้แก่ ปวดตามข้อ ทางเดินปัสสาวะอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ ปวดท้อง ท้องเสีย เยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีการเปลี่ยนแปลงการทำงานของตับ และบางรายมาด้วยอาการช็อก


ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งลดโรคแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต

 

        ปัญหาสำคัญของโรคนี้ คือ ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่หัวใจและเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ และการอักเสบกล้ามเนื้อหัวใจรอบๆ เส้นเลือด พบประมาณร้อยละ 20-30 ถ้าไม่ได้รับการรักษาภายในช่วง 7-9 วันแรกของโรค ซึ่งถ้าเกิดโรคแทรกซ้อนมากและรุนแรง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ (ประมาณร้อยละ 1-2 )


วิธีรักษา

 

  •  ให้ยาแอสไพริน เพื่อลดการอักเสบของหลอดเลือดในช่วงแรก และให้เพื่อป้องกันลิ่มเลือดอุดตันในช่วงต่อมา
  •  ให้ยาอิมมูโนโกลบุลิน ทางหลอดเลือด ในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสเกิดหลอดเลือดหัวใจโป่งพอง
  •  ติดตามอาการด้วยการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ


ในบางราย แม้อาการจะไม่ครบตามที่ว่ามา แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ พ่อกับแม่ต้องรีบพาน้องไปพบแพทย์นะคะ




เรียบเรียงข้อมูลจาก
https://chulalongkornhospital.go.th/
และ
https://www.phyathai.com/

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ลงทะเบียนเข้างานครั้งแรก
ลงทะเบียนเข้างานครั้งแรก
ลงทะเบียนเข้างานครั้งแรก รับสิทธิลุ้นรางวัลใหญ่มูลค่ากว่า 30,000 บาท
Promotion Credit Card in BBB62
Promotion Credit Card in BBB62
โปรโมชั่นบัตรเครดิตภายในงานมากมาย! ช้อปสะดวก ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ พร้อมรับสิทธิพิเศษเพียบ
ครอบครัว BBB บริจาคเงิน สนับสนุนโครงการ Little Miracle เพื่อผู้ป่วยเด็ก
ครอบครัว BBB บริจาคเงิน สนับสนุนโครงการ Little Miracle เพื่อผู้ป่วยเด็ก