ลงทะเบียนเข้างาน
e-mail
Mobile number

บทความ
แบ่งปัน
10 มรรยาทดีที่ควรสอนให้ลูกรัก/ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ
10 มรรยาทดีที่ควรสอนให้ลูกรัก/ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ คุณพ่อคุณแม่ทุกคนคงจะรู้สึกภาคภูมิใจมาก ถ้าลูกเป็นเด็กที่มีมรรยาทดี มีความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน อีกทั้งรู้จักการวางตัวกับผู้อื่นในสังคมได้ถูกต้อง วันนี้ผู้เขียนจะมานำเสนอมรรยาทพื้นฐานที่คุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกมีดังนี้


1. ความสุภาพ เด็ก ๆ เรียนรู้สิ่งนี้โดยการทำเป็นตัวอย่างให้ดู เมื่อเด็ก ๆ เห็นคุณพ่อ คุณแม่สุภาพกับผู้อื่น คำพูดที่สุภาพที่คุณพ่อคุณแม่ใช้กับลูก ไม่ว่าจะเป็นคำ “ขอบคุณ” “ ขอโทษ” ล้วนแล้วแต่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่ลูกจะทำตาม หากเราสอนสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่ลูกยังเล็ก ๆ จะทำให้ลูกปฏิบัติตามได้ง่ายขึ้น ดังนั้นหากเราคาดหวังให้ลูกมีมรรยาทที่ดี เราต้องทำตัวเป็นแบบก่อน


2. การรอคอย หมายถึงการไม่ขัดจังหวะและไม่พูดแซงในขณะที่ผู้อื่นยังพูดอยู่ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกให้รู้จักการรอคอยผู้อื่นเช่นรอให้เขาพูดจบเสียก่อนตัวเองจึงค่อยพูด รอเข้าคิวเวลาเข้าห้องน้ำโดยไม่แซงคนอื่น


3. ไม่ล้อเลียนคนอื่น หรือตั้งฉายาให้คนอื่น แม้ว่าบางครั้งอาจเป็นฉายาตลกๆ เพราะอาจทำให้เกิดการเจ็บปวดภายในจิตใจกับคนอื่นได้ เช่น ยัยหมูอ้วน ไอ้ตัวเหม็น เป็นต้น


4. ไปลา มาไหว้ สวัสดี ทักทาย แขกที่มาเยี่ยมที่บ้านทุกครั้ง สอนมรรยาทการเคารพผู้ใหญ่ คนเฒ่า คนแก่ การกล่าวคำสวัสดีกับเด็กในวัยเดียวกันหรือเด็กที่อายุน้อยกว่า การกระทำเหล่านี้เป็นการปลูกฝังให้ลูกเป็นคนสุภาพเรียบร้อย รุ้จักการวางตัวอย่างถูกต้องตามกาลเทศะ


5. เก็บของให้เรียบร้อยหลังทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการเล่นของเล่นที่บ้าน หรือไปเล่นที่บ้านเพื่อนก็ตาม ต้องเก็บของให้เรียบร้อยทุกครั้งหลังทำกิจกรรม ให้เสร็จเป็นอย่างๆ อย่าเริ่มกิจกรรมใหม่หากกิจกรรมเดิมยังไม่ได้เก็บให้เรียบร้อย


6. ให้ลูกรู้จักการแพ้ ชนะมีน้ำใจนักกีฬา หลังการเล่นเกมหรือกีฬาทุกครั้ง ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ตาม ให้ลูกเป็นคนที่มีมรรยาทและมีน้ำใจนักกีฬา เช่นหากเด็กๆชนะ อย่าให้เด็กทำท่าเยาะเย้ยเพื่อนที่แพ้ แต่ให้แสดงความมีน้ำใจ แต่หากแพ้ก็ให้มีน้ำใจนักกีฬาไม่ตีโพยตีพาย โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง หรือทำตัวเป็นพาลเกเร


7. สอนการเปิดปิดประตู ให้ผู้ใหญ่เดินเข้าก่อน ไม่ปิดประตูใส่หน้าผู้อื่น หรือรีบแซงวิ่งเข้าไปก่อน หากมีคนเปิดประตูให้ ให้กล่าวคำขอบคุณ เป็นต้น


8. สอนการเดินเข้าออกลิฟท์ ให้คนข้างในออกมาก่อนที่ตัวเองจะเดินเข้าไป เช่นเดียวกับการเดินเข้าออกอาคาร ให้คนข้างในเดินออกก่อน ตัวเองจึงจะเดินเข้าไป


9. สอนให้ลูกรู้ว่าทุกคนเป็นคนพิเศษ ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีความแตกต่างกับเรา หรือ ครอบครัวของเรามาก อาจเป็นเพราะความแตกต่างด้านวัฒนธรรม ศาสนา หรือเชื้อชาติ แต่ทุกคนเป็นคนพิเศษ สอนให้ลูกรุ้จักให้เกียรติคนทุกคน


10. สอนมรรยาทการรับประทานอาหาร การใช้ช้อนส้อมที่ถูกวิธี การไม่พูดคุยระหว่างรับประทานอาหาร การไม่รับประทานอาหารมูมมาม การไม่เคี้ยวอาหารเสียงดัง การรู้จักการใช้ช้อนกลาง เป็นต้น


มรรยาทต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่เราต้องสอนลูกตั้งแต่เขายังเล็ก เพื่อที่เขาจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักการวางตัวที่ดีในสังคม สุภาพเรียบร้อย รู้จักการให้เกียรติผู้อื่น และเป็นที่รักของทุกคน 

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.1stopchiangmai.com
ข้อมูลจาก : http://www.manager.co.th
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก