ลงทะเบียนเข้างาน
ลงทะเบียน
บทความ
แบ่งปัน
ปั้นลูกรักนักกีฬา อาจพาลูกบาดเจ็บ
ปั้นลูกรักนักกีฬา อาจพาลูกบาดเจ็บ เดี๋ยวนี้มีกีฬาหลายประเภทที่เปิดรับนักกีฬารุ่นจิ๋วเข้าแข่งขัน แถมเงินรางวัลก็ไม่น้อยเลยทีเดียว ทำให้มีเด็ก ๆ หลายคนอยากเดินหน้าเข้าสู่อาชีพนักกีฬาตั้งแต่ยังเล็ก แถมยังมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างหนัก หวังคว้าเงินรางวัลก้อนโตกลับบ้านให้พ่อแม่ชื่นใจ 

แต่การทำเช่นนั้นอาจไม่ดีต่อเด็กเสมอไป เพราะมีงานวิจัยระบุว่า เด็กที่ฝึกซ้อมกีฬาเพียงชนิดเดียวนั้น มีโอกาสบาดเจ็บสูงกว่าเด็กทั่วไปที่ได้เล่นกีฬาหลากหลายชนิดถึงสองเท่า

ดร. Neeru Jayanthi ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์สำหรับการกีฬา แห่งมหาวิทยาลัย Loyola (ชิคาโก) หัวหน้าโครงการวิจัยชิ้นนี้เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ได้ศึกษามา พบว่า ผู้ที่มุ่งมั่นฝึกซ้อมกีฬาเพียงประเภทเดียวมีโอกาสบาดเจ็บเป็นสองเท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่เล่นกีฬาหลาย ๆ ชนิด

"เหตุผลหนึ่งคือ การใช้กล้ามเนื้อจุดเดิมซ้ำ ๆ เหตุผลที่สองคือ หากคุณเล่นได้ดีในกีฬาประเภทหนึ่ง ความเอาจริงเอาจังจะเพิ่มมากขึ้น เพราะคุณต้องทำให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนคนกำลังส่งทักษะด้านกีฬาของผู้ใหญ่ให้กับมนุษย์ในร่างเด็ก ซึ่งร่างกายที่กำลังเจริญเติบโตของเด็กอาจไม่สามารถทนทานต่อแรงกดดันเหล่านี้ได้" ดร. Jayanthi อธิบาย พร้อมย้ำว่า งานวิจัยนี้ยังเป็นแค่บทเริ่มต้นเท่านั้น

"นอกจากนี้ เราพบว่ามีความแตกต่างบางประการ ระหว่างผู้ที่เล่นกีฬาเพียงชนิดเดียวกับผู้ที่เล่นกีฬาหลายชนิด นั่นคือ ความเอาจริงเอาจังในการฝึกซ้อม ซึ่งผู้ฝึกซ้อมกีฬาเพียงชนิดเดียวอยู่เป็นประจำมักเป็นคนที่ต้องการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ"

"แต่เราก็ต้องยอมรับว่า ช่วงอายุของเด็กก็เป็นปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง วัยเด็กอาจไม่ใช่วัยที่เหมาะจะทำเรื่องเฉพาะทางให้ได้ดี แต่พวกเขาควรได้เล่นหลาย ๆ ชนิดกีฬา เพื่อการเจริญเติบโตของร่างกายที่เหมาะสม" ดร. Kory Gill ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ Texas A&M กล่าวเสริม

ทั้งนี้ ดร. Jayanthi ได้ทำการเก็บผลการวิจัยจากนักเทนนิสรุ่นจิ๋ว 519 ราย และพบว่า ในเด็กกลุ่มนี้ ผู้ที่ฝึกซ้อมแต่เทนนิสมีโอกาสบาดเจ็บมากกว่าเพื่อนที่เล่นกีฬาอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย

อย่างไรก็ดี ดร. Jayanthi ก็ออกตัวว่านี่เป็นเพียงข้อมูลขั้นต้น และเก็บจากเด็กที่เล่นเทนนิสเท่านั้น ส่วนตัวยังต้องการขยายขอบเขตการวิจัยไปสู่กีฬาประเภทอื่น ๆ ด้วย

"ในฐานะแพทย์ เป็นเรื่องไม่น่ายินดีเลยที่ต้องเห็นเด็ก ๆ มาพร้อมกับอาการบาดเจ็บ มันเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่มาก" ล่าสุด ดร. Jayanthi ต้องรักษาอาการบาดเจ็บที่เข่าของนักยิมนาสติกตัวน้อยจากอุบัติเหตุ และต้องพักรักษาตัวอย่างน้อย 3 เดือน

ดร.Jayanthi กล่าวว่า เขาสังเกตว่า กีฬาเช่น เทนนิส ยิมนาสติก และกีฬาประเภทเต้น เป็นกีฬาที่มีความเชื่อมโยงกับการบาดเจ็บรุนแรงจากการใช้ร่างกายจนเกินขีดความสามารถ

ทั้งนี้ การฝึกเด็กเล็ก หรือก็คือเด็กที่อยู่ในช่วงประถม - มัธยมต้นให้เล่นกีฬาเพื่อเป็นอาชีพค่อนข้างมีความเสี่ยง เพราะร่างกายของพวกเขายังต้องมีการเจริญเติบโต คุณพ่อคุณแม่ควรรอให้ร่างกายของเด็ก ๆ ได้เติบโตอย่างเต็มที่เสียก่อน ค่อยพาลูก ๆ มุ่งหน้าสู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพจะดีกว่า เช่น ลูกเข้าสู่ช่วงชั้นมัธยมปลาย เป็นต้น

"เรามักจะบอกพ่อแม่เสมอว่า ควรปล่อยเด็กไปตามธรรมชาติ ให้เขาได้เล่นกีฬาหลาย ๆ ชนิด ส่วนพ่อแม่นั้นก็ยังเป็นผู้ดูแลที่ดีได้ และได้เห็นลูกมีความสุขกับกิจกรรมตรงหน้าด้วย จนกระทั่งเขาก้าวขึ้นสู่ช่วงชั้นมัธยมปลาย ร่างกายเริ่มเข้าที่ ถึงตอนนั้นจะส่งลูกสู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพค่อยปลอดภัยมากขึ้น" ดร. Gill กล่าว

เรียบเรียงจากเฮลท์เดย์นิวส์
ข้อมูลจาก : http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9540000055600
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก