ลงทะเบียนเข้างาน
ลงทะเบียน
บทความ
แบ่งปัน
เลี้ยงลูกสาวอย่างไรในยุคอันตราย

เลี้ยงลูกสาวอย่างไรในยุคอันตราย "เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก" คำกล่าวนี้ยังคงเป็นเรื่องจริง ไม่ว่ายุคใดสมัยใด ดังจะเห็นได้จาก ภัยของคนเกิดเป็นหญิงนั้นล้วนมีอยู่รอบตัว เช่น อาจถูกล่อลวง ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกเอารัดเอาเปรียบในการทำงาน ฯลฯ ดังนั้น สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกสาวทุกท่าน การเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างเหมาะสม และเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ปัจจุบันจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และในวันนี้เราจึงหาแนวทาง 8 ข้อที่เห็นว่าเข้ากับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันมาแบ่งปันกันค่ะ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ลองติดตามกันเลยค่ะ

1. สร้างทัศนคติเกี่ยวกับรูปลักษณ์ที่เหมาะสม

มีเด็กหญิงจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้รับการปลูกฝังในเรื่องของรูปลักษณ์จากผู้ปกครองว่าความงามที่แท้จริงนั้นไม่ต้องอาศัยเครื่องสำอางก็ได้ เมื่อไม่เข้าใจก็ทำให้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นหมกมุ่นอยู่กับความงามที่มีแต่จะทำให้เสียเวลา และสุขภาพ เช่น ต้องควบคุมอาหารเพราะห่วงอ้วน อยากตาโตก็ต้องหาคอนแทค เลนส์มาใส่ อยากดูแก้มสีชมพู ป่อง ๆ ก็ต้องหาที่ปัดแก้มมาปัด บ้างก็ลงทุนจัดฟันปลอม ๆ หรือสั่งซื้อวิตามินช่วยให้ผิวขาวที่เป็นอันตรายมาทาน พอคิดว่าสวยแล้ว จะใส่ชุดนักเรียนก็เลยต้องดัดแปลงบางจุดให้สั้น จะได้มีโอกาสโชว์ความงามที่ลงทุนไป ไหนจะทาเล็บ แต่งหน้าทาปาก สารพัดจะทำเพราะคิดว่า ทำแล้วตนเองจะดูดี (แบบมีอันตราย)

ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า รูปลักษณ์ดังที่กล่าวในย่อหน้าข้างต้นเป็นรูปลักษณ์ที่เด็กเลียนแบบมาจากสื่อต่าง ๆ เช่น นิตยสารดารา นักแสดง นางแบบคิกขุอาโนเนะ แต่หารู้ไม่ว่า เบื้องหลังการถ่ายทำนั้น ทีมงานนิตยสารต้องตัดต่อ ลบรอยย่น จุดด่างดำให้กับดารานางแบบไม่รู้เท่าไร

ในความเป็นจริงนั้น เด็กผู้หญิงสามารถสวยได้โดยไม่ต้องพึ่งสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นแม้แต่น้อย หากสิ่งแวดล้อมรอบตัวลูกส่งเสริมให้ลูกไปในแนวทางดังกล่าว พ่อแม่ควรกระตุกลูกเอาไว้บ้าง ด้วยการให้คำยืนยันกับลูก ๆ ว่า พวกเธอนั้น "สวยในสายตาของพ่อแม่" แล้ว อย่างน้อยก็ช่วยให้เธอไม่หลงยึดติดกับความงามที่สื่อโฆษณายัดเยียดให้มากเกินไป


2. เป็นต้นแบบที่ดีให้กับลูกสาว

สำนวนดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ (และพ่อ) คงเหมาะกับข้อนี้ เพราะลูกสาวก็มักจะเลียนแบบผู้เป็นแม่ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจอยู่แล้ว ซึ่งในฐานะของแม่ ก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจ และบทบาทต่าง ๆ ที่ผู้หญิงควรทำได้ดี ด้านผู้เป็นพ่อก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน หากคุณแสดงให้ลูกเห็นถึงความไม่เท่าเทียมในบ้าน (เช่น บางครอบครัวยกให้พ่อเป็นใหญ่ และมักกดขี่ภรรยา) ลูกที่คุณรักก็จะซึมซับสิ่งเหล่านั้นไปโดยปริยาย ซึ่งคุณคงไม่ชอบใจแน่ หากในอนาคตต้องมาเห็นลูกตัวเองยอมเป็นเบี้ยล่างให้กับสามีของพวกเธอ เพราะเธอเห็นมาโดยตลอดว่า ที่บ้านของเธอก็เป็นแบบนี้

นอกจากพ่อและแม่จะเป็นต้นแบบให้กับลูกสาวแล้ว การหาต้นแบบผู้หญิงเก่งให้ลูกก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยอาจจะเป็นญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท ที่เก่ง และประสบความสำเร็จในชีวิต เพื่อให้ลูกได้ทำความรู้จัก และเรียนรู้ถึงคุณลักษณะที่ดีภายในตัวของผู้หญิงเหล่านั้น


3. มีเวลาให้กับลูก

เปิดโอกาสให้ลูกคุย ซักถาม เล่าเรื่องต่าง ๆ กับพ่อแม่เสมอ หรือให้ความมั่นใจว่า ลูกสามารถคุยกับพ่อแม่ได้ทุกเรื่อง ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้สายสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกเหนียวแน่นให้มากที่สุด


4. อย่านำค่านิยมทางสังคมมากดดันลูก

เด็กควรมีหนทางการเติบโตในแบบที่เหมาะกับตัวเอง ไม่จำเป็นว่าลูกสาวต้องเรียนในโรงเรียนสตรีเก่าแก่จึงจะเป็นเด็กหญิงที่เพรียบพร้อม และประสบความสำเร็จในชีวิต หรือต้องเรียนพิเศษในสถาบันนั้นโน้นนี้ หรือต้องเล่นเปียโนเป็น ฯลฯ หรือแม้กระทั่ง ต้องสอบเอนทรานซ์ติดคณะเดียวกับคุณพ่อคุณแม่ ให้เด็กเป็นแบบที่เด็กต้องการจะเป็น น่าจะทำให้เขาเติบโตเป็นหญิงสาวที่มีความสุขได้ดีกว่า


5. ให้เธอเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง

"คุณค่าในตัวเอง" เป็นสิ่งที่ทุกคนพึงมี จะมีน้อยหรือมากก็ควรต้องมี พ่อแม่สามารถสร้างสิ่งนี้ให้กับลูกได้โดย พยายามชื่นชมเมื่อเธอประสบความสำเร็จ แสดงให้เธอรู้ว่าเธอนั้นมีความพิเศษในตัวเอง และเธอมีคุณค่ากับคุณมากแค่ไหน


6. สอนให้ลูกสาวยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง

การสอนให้ลูกสาวแต่งงานกับผู้ชายที่มีฐานะ ชีวิตจะได้สบาย ดูจะเป็นการสอนของแม่ที่อยู่ในละครหลังข่าวมากกว่าจะเป็นคำสอนของแม่ ๆ ในชีวิตจริง เพราะในความเป็นจริงแล้ว สอนให้ลูกสาวยืนได้ด้วยตัวเองนั้นเจ๋งกว่าเป็นไหน ๆ การสอนให้ลูกสาวยืนได้ด้วยตัวเองนั้นอาจต้องลองส่งภารกิจต่าง ๆ ให้เธอได้จัดการตั้งแต่ยังเด็ก ๆ แต่ต้องแน่ใจด้วยว่าภารกิจเหล่านั้นเหมาะสมกับวัยของลูกด้วย ลองเป็นฝ่ายดูลูกสาวคนดีจัดการกับภารกิจเบื้องหน้า และคอยให้การสนับสนุนจนเธอทำสำเร็จ เท่านี้คุณก็มีโอกาสจะมีลูกที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองเพิ่มขึ้นแล้ว


7. หลีกเลี่ยงความเชื่อทางสังคม

ผู้หญิงมักเก่งภาษามากกว่าคณิตศาสตร์ ผู้หญิงมักเล่นกีฬาไม่ค่อยเก่ง ผู้หญิงมักถนัดท่องจำมากกว่า ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่มักพบข้อความเหล่านี้ได้ทั่วทุกแห่ง แต่ไม่ควรยอมให้ความเชื่อเหล่านี้มาผูกมัดความสามารถของลูก หากลูกอยากลองเล่นกีฬา ก็น่าสนับสนุน หากลูกชอบทำโจทย์คณิตศาสตร์ ก็ยิ่งดี และหากเธอจะเลือกอนาคตโดยสนใจในสาขาอาชีพที่ไม่ใช่ทางเลือกของผู้หญิงส่วนมาก ก็ให้การสนับสนุนลูกในแนวทางนั้นดู เพราะในอนาคตกว่าที่ลูกจะเรียนจบ มันอาจกลายเป็นอาชีพที่เปิดโอกาสให้กับผู้หญิงมากขึ้นแล้วก็ได้


8. สร้างทัศนคติเกี่ยวกับการมีครอบครัวที่เหมาะสม 

การมีชีวิตคู่ต้องการความเข้มแข็งทางจิตใจ หากลูกสาวมีความรักที่ไม่เหมาะสม เช่น รักคนที่มีเจ้าของอยู่แล้ว หรือต้องเผชิญกับการทำร้ายร่างกาย กดขี่ต่าง ๆ ลูกสาวก็ควรแกร่งมากพอที่จะโบกมือลาจากสถานการณ์ดังกล่าว เพราะในปัจจุบัน มีผู้หญิงจำนวนมากที่ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก และหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้ ทางที่ดีคือต้องเป็นแบบอย่างทางครอบครัว และสอนให้ลูกเข้มแข็งพอที่จะตัดใจ โดยเชื่อมั่นว่ามีชีวิตรักที่ดีรออยู่ในอนาคตอย่างแน่นอน

นอกเหนือจากทั้ง 8 ข้อที่กล่าวมานี้ เราเชื่อว่า ผู้ปกครองหลายท่านต้องมีเคล็ดลับเด็ด ๆ กันบ้างเป็นแน่ หากจะลองนำมาแบ่งปันกับท่านผู้อ่านท่านอื่น ๆ ทีมงานก็ต้องขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ


เรียบเรียงบางส่วนจาก more4kids.info
ข้อมูลจาก : http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9530000166770
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก