ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
สร้างลูกให้อารมณ์ดี กับวิธีผ่อนคลายสบายตัว

สร้างลูกให้อารมณ์ดี กับวิธีผ่อนคลายสบายตัว สร้างลูกให้อารมณ์ดี กับวิธีผ่อนคลายสบายตัว

เวลาที่ลูกน้อยร้องไห้ งอแง หงุดหงิด คุณพ่อคุณแม่หลายคนคิดว่าลูกเจ็บปวดตามร่างกาย ซึ่งแท้จริงแล้วมันไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คุณคิดก็ได้ เพียงแต่ลูกน้อยอาจจะไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัว จึงทำให้เกิดอาการหงุดหงิด งอแง ไม่เป็นอันกินอันนอน ทีมงาน Life & Family จึงเก็บเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการผ่อนคลายให้เจ้าตัวน้อยได้สบายตัวมาฝากกัน เพราะบางครั้งมันอาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่คุณพ่อคุณแม่ก็มองข้ามความเล็กน้อยนี้ไป ดังนั้นมาสร้างลูกน้อยให้อารมณ์ดีกับวิธีผ่อนคลายง่ายๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถทำได้ที่บ้านกันค่ะ

เริ่มต้นกันที่วิธีพื้นฐานที่หลายบ้านนิยมทำกัน "การอาบน้ำ" เพราะเด็กๆ จะรู้สึกผ่อนคลายมากถ้าได้อยู่ในน้ำ คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติดังนี้
  • วักน้ำลูบไล้ตัวเบาๆ สร้างความคุ้นเคยให้ลูกก่อน
  • ใช้มือแม่ข้างหนึ่งจับไหล่และแขนลูกให้ท่อนแขนแม่รองใต้คอและศีรษะ อีกข้างรองใต้ก้น ต้นขาลูก
  • หย่อนลูกลงอ่างน้ำที่มีพื้นยางรองรับให้ลำตัวลูกนั่งเอนในน้ำ
  • เลื่อนมือที่รองใต้ก้นและต้นขามาวักน้ำรดตัวลูกเบาๆ ล้างให้ทั่วด้วยสบู่ หรือสบู่เหลวอาบน้ำเด็กโดยเฉพาะ แล้วล้างออกให้สะอาดทันที
  • ประคองศีรษะและลำตัวให้อยู่พ้นน้ำเสมอ โดยจับต้นแขนลูกข้างหนึ่งรั้งขึ้น
  • ถ้าถูสบู่หรือล้างน้ำด้วยหลังให้เปลี่ยนมือที่รองคอและศรีษะมารองใต้อกและคางลูกแทน ลูกจะอยู่ในท่าคว่ำบนแขนแม่ จากนั้นให้ล้างสบู่ออกให้หมด
  • ประคองก้นลูกขึ้นโดยจับตัวให้แน่นเพราะจะลื่นมาก แล้วใช้ผ้าขนหนูห่อตัว เพื่อซับตัวลูกให้แห้ง

การสระผม
  • ประคองตัวลูกให้อยู่ในวงแขนแม่ อุ้มลูกให้แนบกระชับให้คอและศีรษะอยู่เหนืออ่างน้ำ
  • ใช้มือประคองศีรษะให้ต่ำกว่าลำตัว น้ำจะได้ไม่ไหลย้อนเข้าตาลูก
  • ใช้นิ้วกลางและนิ้วโป้งปิดใบหูของลูกทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าหู
  • ใช้ข้อศอกข้างที่อุ้มหนีบขาลูกกับตัวแม่มืออีกข้างวักน้ำชโลมทั่วศีรษะ หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำบิดน้ำชโลมลงบนผมลูกให้เปียกทั่วศีรษะ
  • ใช้แชมพูสระผม 1 ครั้ง โดยบีบแชมพูใส่ผมแล้วใช้ปลายนิ้วนวดคลึงหนังศีรษะเบาๆ ให้ทั่ว ไม่ควรเกา เพราะจะทำให้เกิดแผล
  • ให้เริ่มสระผมด้านหน้าก่อนแล้วไล่มาด้านหลัง
  • ล้างแชมพูออกด้วยน้ำสะอาด วักน้ำล้างฟองแชมพูออกให้หมด
  • ซับผมลูกให้แห้งด้วยผ้าขนหนู เพราะถ้าปล่อยให้ผมเปียกอยู่นานจะทำให้ลูกเป็นหวัดได้

การเช็ดสะดือ
  • หากสายสะดือยังไม่หลุดให้เช็ดทำความสะอาดรอบสะดือหลังอาบน้ำหรือหลังกาเช็ดตัวลูกทุกครั้ง
  • จับสายสะดือให้สูงขึ้น จับปลายเชือกที่ผูกสายสะดือยกขึ้น อีกมือให้ใช้สำลีสะอาดชุบแอลกอฮอล์ 70 % พันไม้สอดเข้าไปเช็ดสะดือให้สะอาดทั่วถึง โดยเช็ดสะดือด้านในเบาๆ ไปจนถึงโคนสะดือ
  • ใช้สำลีพันปลายไม้อันใหม่เช็ดขอบสะดือเป็นวงกว้าง และบริเวณรอบสายสะดือให้สะอาดอีกครั้ง โดยไม่ใช้ส่วนที่เช็ดแล้วมาเช็ดซ้ำอีก
  • หลังเช็ดสะดือแล้วไม่ควรโรยแป้ง เพราะจะทำให้สะดือแห้งช้า และยังเป็นที่หมักหมมของเชื้อโรคควรเปิดสะดือลูกให้ถูกอากาศบ่อยๆ สะดือจะได้ไม่อับชื้น
  • ถ้าสายสะดือหลุดแล้ว แต่สะดือยังไม่แห้งสนิท ควรเช็ดทำความสะอาดต่อไปก่อน จนกว่าจะเห็นว่าสายสะดือแห้งสนิทแล้วค่อยเลิกเช็ด
  • ถ้าเห็นว่าสายสะดือของลูกอักเสบ สะดือแดงผิดปกติ หรือสะดือมีหนอง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

นอกจากนั้นที่สำคัญที่สุด และเป็นวิธีการผ่อนคลายให้กับลูกน้อยในขั้นตอนสุดท้าย คือ "การเลือกเสื้อผ้า" ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใสใจเป็นพิเศษ เนื่องจากการเลือกเสื้อผ้าสำหรับเด็กต้องเลือกอย่างพิถีพะถัน เพื่อไม่ให้ผิวของลูกเกิดอาการระคายเคือง
  • การเลือกเสื้อผ้าขนาดเด็กเล็กจำนวนน้อยๆ เพราะช่วง 3 เดือนแรกลูกจะโตเร็วจนใส่เสื้อผ้าไม่ทัน
  • เลือกเสื้อยาวครึ่งตัวที่สวมแบบเสื้อยืด เสื้อยาวเต็มตัวเหมือนกิโมโน เสื้อที่ใส่ด้านหน้าผูกปมด้านหลัง
  • เลือกเสื้อผ้าชนิดที่มีตะเข็บน้อยที่สุดไม่เป็นปมใหญ่หรือมีกระดุม เวลานอนทับจะทำให้ไม่สบายตัว
  • เลือกผ้าเนื้อนุ่มที่ใส่ได้ง่าย ระบายอากาศดี ทำจากเส้นใยธรรมชาติ ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายได้
  • เลือกกางเกงขอบยางยืด หรือมีเชือกผูกแบบง่าย ควรเป็นผ้าฝ้ายที่ดูแลซักง่าย
  • ส่วนเสื้อยืดหรือเสื้อกล้ามควรเลือกคอและแขนเสื้อที่กว้างพอ
  • ถ้าเป็นชุดติดกันควรผ่าหน้าติดกระดุมยาว ไม่เลือกที่มีถุงมือติดกับแขนเสื้อในตัวซึ่งสวมยาก แล้วยังปิดกั้นไม่ให้ลูกใช้มือเรียนรู้
  • ถ้าใส่ชุดอยู่กับบ้านควรเป็นชุดลำลองชนิดสั้น เป็นชุดติดกัน และมีแขนในตัว

ข้อมูลจาก : http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9530000124491
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก