ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
วิธีจัดการกับ เด็กงอแงเอาแต่ใจ
วิธีจัดการกับ เด็กงอแงเอาแต่ใจ เคยมั้ยที่พาลูกหลานไปเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า แล้วจู่ๆ เจ้าตัวน้อยกลับส่งเสียงร้องโหวกเหวกโวยวายจะเอาของเล่นที่หมายตาให้ได้ดั่งใจ สร้างความอับอายขายหน้าให้แก่ผู้ใหญ่ที่ไปด้วยยิ่งนัก บางรายไม่รู้จะทำอย่างไรก็ต้องตัดใจให้ไปทั้งที่รู้ว่าไม่น่าจะใช่วิธีที่ถูกต้องในการแก้ปัญหา

ชัค สมิธ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กจากมหาวิทยาลัยแคนซัส สเตท กล่าวถึงวิธีรับมือกับเด็กจอมโวยพวกนี้ว่า เมื่อต้องพาเด็กๆ ออกไปข้างนอกนั้น ผู้ใหญ่ไม่ค่อยรู้นักว่าจะตอบสนองกับเด็กแค่ไหนดี

ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก บอกว่าทางที่ดีคือ ให้คำนึงถึงหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น อายุ ของเด็กคนนั้น วัตถุ ประสงค์ที่พาเด็กออกจากบ้าน และดูว่าพฤติกรรมนั้นจำเป็นต้องแก้ไขหรือไม่ ข้อสำคัญสำหรับผู้ปกครองก็คือต้องมีความคาดหวังที่สมเหตุสมผล และแน่วแน่ กับข้อตกลงที่จะบังคับเด็ก

สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือผู้ปกครองส่วนใหญ่กลัวว่าคนอื่นจะมองดู ก็เลยยอมให้สิ่งของตามที่เด็กขู่ แต่ ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องที่ว่าจะทำเป็นเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องของเด็กเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ หากแต่ขึ้นอยู่กับว่าต้องตัดสินใจว่าอะไรคือความสำคัญลำดับแรกจริงๆ และนั่นเป็นอีกวิธีที่สอนเด็กได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กยกตัวอย่างว่าก่อนออกจากบ้าน ควรตั้งกฎให้เด็กว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่ออยู่นอกบ้านและต้องเหมาะสมกับอายุของเด็กด้วย และเมื่อเด็กทำผิดกฎที่ตั้งไว้ ทำตัวไม่เหมาะสมก็ให้ถามเตือนอย่างนุ่มนวลว่าจำกฎที่เราตกลงกันไว้ก่อนออกจากบ้านได้หรือไม่ ถ้าเด็กทำหน้างง ก็ให้เตือนว่ากฎนั้นคืออะไร แต่จะไม่มีการทำโทษกันตรงนั้น ด้วยเหตุว่าเด็กไม่รู้

นอกจากพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องรับมือเด็กแล้ว ผู้เชี่ยวชาญบอกด้วยว่า ในบางสถานการณ์ที่เด็กกลายเป็นตัวป่วนนั้น เป็นเรื่องสำคัญเช่นกันที่คนที่อยู่รอบข้างไม่ควรเข้าไปวุ่นวายจนทำให้สถานการณ์แย่ลงไปกว่าเดิม

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ข้อมูลจาก : http://www.thaihealth.or.th/node/15417
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก