ลงทะเบียนเข้างาน
e-mail
Mobile number

บทความ
แบ่งปัน
รู้ทัน 'ลูกวัยเตาะแตะ' เลี้ยงไม่ยากอย่างที่คิด

รู้ทัน 'ลูกวัยเตาะแตะ' เลี้ยงไม่ยากอย่างที่คิด ขึ้นชื่อว่าลูกวัยหัดเดิน หรือ "วัยเตาะแตะ" เป็นช่วงที่เด็กกำลังน่ารัก และน่าฮัก (กอด) เพราะนอกจะเริ่มหัดเดินแล้ว ยังเป็นช่วงที่เด็กเริ่มหัดพูด และหัดเล่นกับสิ่งต่างๆ รอบตัว ถือเป็นช่วงสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการให้สมวัยอย่างเต็มที่ แต่จะทราบและใช้หลักอะไรเป็นแนวทาง ทีมงาน Life and Family มีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จากคุณหมอเด็กเก็บมาฝากกันค่ะ

ในเรื่องนี้ "พญ.พัฎ โรจน์มหามงคล" อาจารย์พิเศษหน่วยพัฒนาเด็กและกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ความรู้ว่า การเลี้ยงเด็กในวัยแรกเกิดจนถึง 3 ขวบ หรือที่เราเรียกกันว่า วัยเตาะแตะ ในความเป็นจริงก็ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรมากมาย แต่อยากจะให้คุณพ่อคุณแม่คอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางพัฒนาการของลูก และต้องเข้าใจธรรมชาติของลูก เข้าใจนิสัย พื้นฐานของอารมณ์ เข้าใจว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และนำมาปรับใช้การเลี้ยงดูให้เข้ากับตัวเขามากที่สุด

"อยากจะให้เน้นเรื่องของการให้โอกาสกับลูก ในเวลาที่เขาต้องการเล่นหรือว่าต้องการไปไหน อยากทำอะไรเป็นพิเศษ การที่เด็กเรียกร้อง แสดงว่าเขาอยากจะทำจริงๆ ดังนั้นพ่อแม่จะเห็นถึงความมุ่งมั่นและพยายามของลูก ให้เขาได้ลองทำ ลองคิด ลองสำรวจ แต่ในขณะเดียวกันพ่อแม่จะต้องคอยระวัง เรื่องของความปลอดภัยให้กับลูก ให้เขาได้รับอันตรายจากการเล่นน้อยที่สุด" พญ.พัฎกล่าว 


พัฒนาการ 4 ด้านของเจ้าหนู 'วัยเตาะแตะ'


กุมารแพทย์แนะนำว่า คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มสังเกตจาก พัฒนาการทางด้านร่างกายของลูกก่อนเป็นอันดับแรก เนื่องจากเด็กในวัยแรกเกิดจนถึง 3 ขวบ เป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำหนักตัว รูปร่าง และพัฒนาไปสู่การเริ่มหัดเดิน เขาจะมีความรู้สึกว่าเป็นอิสระ สามารถทำอะไรได้ตามใจ ในวัยนี้การใช้กล้ามเนื้อมือ แขน ขา จะเริ่มมีความถนัดมากขึ้น เขาจึงมีความพร้อมที่จะสำรวจในสิ่งที่เขาเห็น บางครั้งก็อยากรู้อยากลอง พอมองเห็นอะไรก็อยากจะเข้าไปเล่น เข้าไปหยิบ

ส่วนอันดับที่ 2 พัฒนาการทางด้านอารมณ์และสังคม สำหรับเด็กในช่วงนี้ จะมีการพัฒนาการเรื่องนี้มาก มีความคิดของตัวเอง เพราะฉะนั้นเวลาที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้เขาทำอะไร เด็กก็อาจจะไม่ทำตามเสมอไป และอาจจะปฏิเสธบ้าง ส่วนในเรื่องของการเข้าสังคมในวัยนี้ก็เป็นวัยที่ยังติดคุณแม่อยู่ เพราะว่าคุณแม่เป็นคนที่เขาผูกพันมากที่สุด นอกจากนั้นการเล่นกับเพื่อนก็เป็นต่างคนต่างเล่น อาจจะยังไม่มีการแบ่งปัน เมื่อเป็นเช่นนี้พ่อแม่จะต้องมีการปลูกฝังเรื่องของการแบ่งปันให้กับลูก แม้ว่าเขาจะเล็กอยู่ แต่ถ้าได้เรียนรู้ตั้งแต่ตอนนี้ ก็จะทำให้เขาจดจำได้


อันดับที่ 3 พัฒนาการทางด้านสมอง เด็กในวัยนี้ก็จะเป็นเด็กที่ต้องการอยากรู้อยากลอง เพราะเริ่มเคลื่อนที่ได้ มีความจำที่ดี เริ่มรู้จักสังเกต นอกจากนั้นเด็กในช่วงอายุนี้จะมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงทางด้านภาษารวดเร็วมาก เขาจะค่อยๆ จดจำคำ เลียนแบบการพูดมากขึ้น พ่อแม่ควรใส่ใจเรื่องการพูดคุยแบบสุภาพ ควรหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์กับลูก

และอันดับสุดท้ายเป็น พัฒนาการสู่โลกกว้าง การเลือกสื่อที่เหมาะกับเด็ก เลือกสื่อที่เป็นประโยชน์กับตัวเด็กด้วยการเปิดรับสื่อก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เด็กๆ สามารถเรียนรู้ได้อย่างรอบด้าน รู้จักโลกกว้างมากขึ้น บางแง่มุมก็อาจเป็นการเลือกสื่อเรียนรู้ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก แต่ก็อย่ามองข้าม เพราะว่าเด็กจะเรียนรู้และจดจำเรื่องราวต่างๆ ผ่านสื่อ มากกว่าการสอนจากคำพูดของพ่อแม่

อย่างไรก็ดีคุณหมอฝากแง่คิดว่า พื้นฐานที่จะทำให้พัฒนาการของลูกเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพนั้น คือ การมีร่างกายที่แข็งแรง การกินอาหารที่มีประโยชน์ มีความเหมาะสมกับความต้องการของเด็กแต่ละช่วงวัย การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เพราะว่าพักผ่อนที่เพียงพอจะทำให้ลูกตื่นขึ้นมาพร้อมกับอารมณ์ที่สดชื่น แจ่มใส

นอกจากนั้น "การออกกำลังกาย" ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ส่งผลให้ระบบการเผาผลาญพลังงานทำงานดีขึ้น ช่วยให้ลูกนอนหลับพักผ่อนได้เต็มที่ และยังเป็นการกระตุ้นเรื่องการรับประทานอาหารของลูกได้อีกด้วย เนื่องจากลูกใช้พลังงานไปในปริมาณที่มาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องการอาหารในปริมาณที่เพียงพอเช่นกัน ทำให้เด็กๆ มีร่างกายที่แข็งแรงและพร้อมออกไปผจญภัยสู่โลกกว้างอย่างเต็มที่

ข้อมูลจาก : http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9530000062762
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก