ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
use it or lose it / นพ.อุดม เพชรสังหาร

use it or lose it / นพ.อุดม เพชรสังหาร ใครจะไปเชื่อว่าสมองของวัยรุ่นหรือคนโตๆ ยังจะมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปได้อีกมาก ก่อนหน้านี้เรารู้กันแต่ว่าสมองของคนเราเติบโตพัฒนาอย่างมากในช่วง 6 ปีแรกของชีวิต พออายุได้ 6 ปี ขนาดของสมองก็เติบโตเท่ากับสมองผู้ใหญ่แล้ว

แต่นั่นเป็นเพียงภาพภายนอกของสมองเท่านั้น หากเรามองลึกเข้าไปในระดับเซลล์ของสมองแล้ว เราจะพบว่าเซลล์ของสมองมีการเติบโตอย่างตลอดเวลา ตราบใดที่สมองยังถูกใช้งานอยู่ เมื่อใดที่สมองถูกใช้งานเซลล์สมองส่วนนั้นๆ ก็จะแตกเส้นใยออกมาเชื่อมต่อกัน ยิ่งใช้งานมากเส้นใยก็จะยิ่งงอกงามและแข็งแรง ตรงกันข้ามหากไม่มีการใช้งานของสมองเส้นใยที่มีอยู่ในส่วนนั้นก็จะถูกริดรอนออกไปเพื่อเปิดโอกาสและพื้นที่ให้เส้นใยที่ถูกใช้งานบ่อยๆ ได้เติบโตขึ้นมาแทน.

จุดนี้แหละที่เกี่ยวข้องกับคำกล่าวที่ว่า "use it or lose it" 

เซลล์สมองและเส้นใยสมองที่ถูกใช้งานอยู่เสมอเท่านั้นจึงจะคงอยู่และงอกงาม ส่วนเซลล์สมองและเส้นใยสมองที่ไม่ถูกใช้งาน จะถูกทำลายเสื่อมสลายไป 

ถ้าวัยรุ่นใช้เวลาเล่นดนตรี กีฬา หรือเรียนรู้อะไรอยู่เสมอ เซลล์สมองและเส้นใยสมองเกี่ยวกับเรื่องดีๆ เหล่านี้ก็จะทำงาน พัฒนางอกงามและคงทน แต่ถ้าเด็กมัวแต่เล่นเกม ดูแต่ MTV หรือปล่อยเวลาไปอย่างเลื่อนลอย เซลล์สมองและเส้นใยสมองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้เท่านั้นที่ได้รับการกระตุ้น ส่วนอื่นๆ ที่ควรงอกงามพัฒนาก็ไม่ได้ถูกกระตุ้น แล้วค่อยๆ เสื่อมสลายตายไปในที่สุด

จึงอาจพูดได้ว่า ในช่วงระหว่างเข้าสู่วัยรุ่นและเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว นับเป็นช่วงวิกฤตในการฟอร์มรูปร่างสมอง ที่ค่อยๆ เจียระไนตัวเอง สะกัดเอาส่วนที่ไม่ได้ใช้งานออกไป 

สรุปว่า หลังจากสมองของเด็กพัฒนาสมบูรณ์เมื่ออายุ 11-12 ปี ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า เซลล์สมองและเส้นใยสมองส่วนใดจะได้รับการกระตุ้นให้อยู่คงทนถาวร ส่วนใดจะเสื่อมสลายตายไป 

อยากให้สมองส่วนดีของลูกเติบโตพัฒนาไม่หยุดยั้ง พ่อแม่วัยรุ่นต้องท่องให้ขึ้นใจ "use it or lose it"
โดย : นพ.อุดม เพชรสังหาร

ข้อมูลจาก : http://www.108health.com
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก