ลงทะเบียนเข้างาน
e-mail
Mobile number

บทความ
แบ่งปัน
ดื้อ....โดยไม่ได้รับอนุญาต

ดื้อ....โดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนผมยังเด็กเวลาคนแถวบ้านป้อนข้าวลูกในวัยเตาะแตะ มักจะมีการขู่เข็ญให้ได้ยินเป็นพักๆ "กินเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นจะเรียกตำรวจมาจับ" บางบ้านก็ใช้กองกำลังจากต่างประเทศ "กินข้าวนะ ไม่งั้นอาบังมาจับไปขายนะ" นอกจากใช้กำลังสนับสนุนจากต่างประเทศแล้ว ยังค้ามนุษย์อีกต่างหาก

เคยคุยเล่นกับเพื่อนที่เป็นตำรวจครับ เขาบ่นว่าเดี๋ยวนี้พ่อแม่ก็ยังเอาตำรวจมาขู่ลูกอยู่ ส่วนเพื่อนที่เป็นแขกไม่มีครับ แต่เข้าใจว่าการขู่ด้วยแขกคงน้อยลง น่าจะหันไปใช้บริการบินลาเดนมากกว่าอาบังสมัยก่อน ตลอดเวลาที่ผมเป็นวิทยากร บรรยายเรื่องการเลี้ยงเด็ก ผมก็ไม่ค่อยได้รับคำถามเกี่ยวกับการขู่เด็กแบบนี้ เข้าใจว่าคนที่มาฟังการบรรยายคงเป็นกลุ่มที่เลี้ยงลูกในบ้านเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีคนที่เลี้ยงลูกแบบออกนอกบ้านบ่อยๆ เลยไม่รู้จะเอาใครมาขู่เพราะเด็กไม่ค่อยรู้จักใคร

สมัยก่อนบ้านผมอยู่ฝั่งธนแถวถนนเจริญนคร ก่อนที่จะมีสะพานตากสินแถวนั้นส่วนมากเป็นสวนทุเรียนยังมีเลย การเลี้ยงเด็กจะเป็นแบบบ้านเปิด คือพาเด็กมานอกบ้านมากกว่าอยู่ในบ้าน เด็กๆ ก็จะได้พบปะกับคนแถวนั้น ทุกคนก็เคยเห็นแขกส่งหนังสือพิมพ์ แขกโพกหัวขายของเงินผ่อน หน้าตาแกน่ากลัวนะ ตัวดำ หนวดโค้งเหมือนยักษ์ พอเอามาขู่ก็ได้ผล ไม่ว่าจะไม่กินข้าวหรือร้องไห้งอแงเอาแขกกับตำรวจมาขู่ได้ผลทุกทีครับ ส่วนตำรวจถามเพื่อนว่าถ้าถูกเรียกให้ไปจับเด็กจะตั้งข้อหาอะไร ปรากฏว่าเขาตั้งได้ด้วยครับ ข้อหาคือดื้อโดยไม่ได้รับอนุญาต

การเอาความกลัวมากำกับเด็กนี่ไม่ค่อยดีนะครับ แต่ก็ควรทำในหลายกรณี เอ๊ะ! ยังไง... เพราะธรรมชาติสร้างความกลัวเพื่อเตือนภัยให้กับคนทำให้เรารู้จักระมัดระวังอันตราย 

เรื่องที่น่าเป็นห่วงในสมัยนี้คือ เราเห็นโทษของการใช้ความกลัวจนลืมประโยชน์ของมัน เด็กๆ สมัยนี้ไม่ค่อยกลัวพ่อแม่ทำให้คุมกันไม่ค่อยได้ ถัดจากพ่อแม่ก็ลามไปที่ครู ไม่ค่อยกลัวครูจนไม่อยู่ในระเบียบชั้นเรียน บางคนถูกเหมาว่าเป็นสมาธิสั้น เด็กกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งพ่อแม่ไม่เคยบังคับหรือฝึกให้รู้จักคุมตัวเองเลย พอเน้นการควบคุมแบบจริงจัง โดยพัฒนาจากถูกคนอื่นคุมให้คุมตัวเองให้เป็นอาการก็ดีขึ้น แต่จะยากตอนพ่อแม่เริ่มยึดอำนาจคืนนั่นล่ะครับที่ต้องใช้กำลังกันนิดหน่อย

คงเป็นเพราะระยะหลังเราใช้ไม้อ่อนในการกำกับควบคุมพฤติกรรมเด็ก เน้นการต่อรอง หลอกล่อ โน้มน้าว ชักจูง ไม่ค่อยกล้าบังคับ ข่มขู่ เขย่าขวัญเท่าไหร่ จริงๆ แล้วไม้แข็งก็ต้องใช้บ้างไม่อันตรายหรอกครับ ดีเสียอีกจะได้เรียนรู้วิธีกำกับตัวเองหลายๆ วิธี เพราะทุกวิธีที่เราทำกับเด็กในที่สุดเด็กก็ต้องเรียนรู้ที่จะนำมาใช้กับตัวเอง 


การบังคับเด็กให้ทำสิ่งต่างๆ ที่ผู้ใหญ่กำหนดเป็นบทเรียนใช้กับเด็กตอนเล็กๆ พอโตขึ้นก็ต้องพัฒนาให้เป็นความสามารถในการบังคับตัวเองจนกระทั่งเป็นวัยรุ่น ความสามารถในการบังคับตัวเอง เมื่อรวมกับการมีความคิดอ่าน วิจารณญาณ การตัดสินใจ ก็จะนำไปสู่การมีทักษะในการใช้ชีวิต สามารถจัดการกับตัวเองในสถานการณ์ต่างๆ ได้เหมาะสม เด็กวัยรุ่นที่พาตัวสู่อันตรายหรือตัดสินใจผิดหลายๆ คนต่างก็ขาดทักษะอันใดอันหนึ่งที่ผมเอ่ยถึง ซึ่งทักษะเหล่านี้ต้องใช้เวลานานในการสร้างและพัฒนา

กระบวนการทั้งหมดต้องค่อยเป็นค่อยไป ตั้งแต่ตอนเตาะแตะ ดื้อๆ นี่แหละดี ปราบเสียให้อยู่ให้รู้ว่าใครใหญ่ อย่างน้อยกลัวพ่อแม่เสียหน่อยในตอนที่พ่อแม่เอาจริง ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นการทำร้ายจิตใจลูกหรอกครับ เพราะถ้าเราเอาจริงเฉพาะเรื่องสำคัญ ๆ การบังคับกันก็เกิดไม่บ่อย และไม่กระทบกระเทือนจิตใจด้วยแต่กลับจะเป็นการเรียนรู้ว่าเรื่องไหนสำคัญ หรือไม่สำคัญ 

ดังนั้นถ้าปราบลูกไม่อยู่โทร 191 ขอกำลังตำรวจไปจัดการได้เลย ข้อหาดื้อโดยไม่ขออนุญาต
  
ข้อมูลจาก : http://www.108health.com
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก