ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
ช่วยด้วย! ... ลูกนิ้วล็อก
ช่วยด้วย! ... ลูกนิ้วล็อก ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนว่า เรากำลังคุยกันถึงโรคข้อนิ้วที่เหยียดไม่ออกเฉพาะข้อต้นของนิ้วเท่านั้น ซึ่งสำหรับนิ้วอื่นที่ไม่ใช่นิ้วโป้งก็คือข้อแรกนับจากโคนนิ้วขึ้นมาห่างจากเล็บสองข้อ แต่ถ้าเป็นนิ้วโป้งก็คือข้อตรงกลางระหว่างเล็บกับโคนนิ้ว ไม่ใช่ข้อตรงโคนนิ้ว เพราะถ้าข้อที่โคนนิ้วโป้งพับเข้ามา โดยที่ตัวนิ้วโป้งเองไม่ได้งอ แต่จะมีลักษณะพับเข้าไปในมือ (thumb in palm) ก็จะเป็นโรคหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละลักษณะกับโรคนิ้วล็อกที่เรากำลังคุยกันอยู่ครับ 

โรคนิ้วล็อกนี้ นิ้วที่พบงอบ่อยสุดคือนิ้วโป้ง ส่วนใหญ่มักเป็นในมือข้างเดียว แต่อาจพบที่มือทั้งสองข้างในเด็กคนเดียวกันได้ถึง 1 ใน 3 ของเด็กที่นิ้วล็อก 

เด็กที่มีนิ้วงอเหยียดไม่ออกหรือเหยียดออกยาก เป็นได้จากหลายสาเหตุ บางครั้งเป็นโรคที่เกี่ยวกับมือเพียงอย่างเดียว เช่น เอ็นมีการเจริญผิดปกติตั้งแต่เกิด โรคข้อยึด โรคเอ็นยึด หรือเอ็นบางเส้นขาดหายไป แต่หลายครั้งเป็นโรคที่ไม่เกี่ยวกับนิ้วมือเลย เช่น โรคทางสมองบางชนิด โรคที่มีการสะสมของสารบางชนิดในร่างกายมากจนทำให้เอ็นบวมติด

โรคนิ้วล็อกในเด็กที่จะคุยกันในครั้งนี้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นิ้วงอ ตำแหน่งของนิ้วที่มีอาการงอช่วยบอกได้ว่าสัมพันธ์กับโรคอะไรด้วย ถ้าเป็นที่นิ้วโป้งก็ค่อนข้างสบายใจได้ว่าเป็นแต่ตัวเอ็นที่นิ้วที่หนาตัวขึ้น และมักจะรักษาไม่ยาก แต่ถ้าเป็นที่นิ้วอื่นการรักษามักยากกว่า เพราะมักมีโรคอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการบวมของเอ็นร่วมด้วย นอกจากจะผิดปกติแบบที่นิ้วงอค้างแล้ว มีเหมือนกันที่เด็กบางคนจะแสดงอาการในทางตรงกันข้าม คือเอ็นที่หนาตัวขึ้นไปขวางให้งอนิ้วเหยียดค้างงอไม่ลง แต่ลักษณะแบบหลังนี้พบได้น้อย

โดยทั่วไปในเบบี๋แรกเกิดนั้นจะกำมืออยู่เกือบตลอดเวลาอยู่หลายเดือน คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเห็นได้ยากว่าลูกเหยียดนิ้วไม่ออก การจะพิสูจน์ว่าลูกเป็นโรคนี้ตั้งแต่กำเนิดหรือเปล่าจึงเป็นเรื่องยาก ยกเว้นว่าเมื่อผ่าตัดเข้าไปแล้วพบเอ็นเจริญผิดปกติอย่างชัดเจนจึงใช้เป็นข้ออธิบายเรื่องนี้ได้ 

อย่างไรก็ตาม เด็กอายุน้อยสุดที่เคยมีการบันทึกไว้ว่านิ้วล็อก ได้รับการวินิจฉัยเมื่ออายุ 3 เดือน แต่โดยส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่จะเห็นความผิดปกติเมื่อลูกอายุ 6 เดือนไปแล้ว เพราะลูกจะเริ่มกางนิ้วเพื่อหยิบจับของต่างๆ มากขึ้น แต่เด็กบางคนกว่าคุณพ่อคุณแม่จะรู้ว่านิ้วลูกผิดปกติก็อายุ 2-3 ปีแล้ว ยิ่งในคนที่นิ้วงอไม่มากยิ่งสังเกตเห็นได้ยาก หมอเคยตรวจพบว่าเด็กเป็นโรคนี้ ขณะที่มาหาหมอด้วยโรคอื่น โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกนิ้วมีปัญหา

รีบรักษาก่อนนิ้วมีปัญหา

อย่างกรณีของเด็กที่มีอาการ เอ็นที่นิ้วอาจบวมจึงคลำได้เป็นก้อนบริเวณโคนนิ้วด้านฝ่ามือ คุณพ่อคุณแม่อาจพยายามนวด กดคลึง หรือดัดนิ้วลูกอยู่ระยะหนึ่งก่อนพามาพบคุณหมอ ซึ่งในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี การนวดดัดอาจได้ผลและนิ้วเหยียดออกได้ชั่วคราว หรืออาจเหยียดออกได้ถาวร แต่การนวดนี้ก็ไม่มีข้อพิสูจน์ว่าทำให้หายได้จริง แต่คุณหมอบางท่านอาจลองให้ใส่เฝือกดามนิ้วไว้ แต่มือเด็กมีขนาดเล็กมาก เฝือกมักจะหลุดบ่อย ดูแลยาก นิ้วจึงไม่หายงอ เพราะว่าไม่มีการรักษาวิธีใดวิธีหนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่าได้ผลดีอย่างชัดเจน สำหรับเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ส่วนใหญ่คุณหมอจะแนะนำให้รอดูอาการไปก่อน เพราะพบว่า 1 ใน 3 ของเด็กที่นิ้วล็อกอาจหายเองได้ทั้งๆ ที่ไม่ได้รักษาอะไรเลย 

แต่หากลูกอายุมากกว่า 1 ปีแล้ว คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบพามาหาคุณหมอ เพราะหากทิ้งไว้ไม่รักษาจนกระทั่งลูกอายุมากกว่า 3-4 ปี เมื่อตัดสินใจที่จะรักษาภายหลัง ผลการรักษาก็จะไม่ดี เพราะนิ้วที่งออยู่นานๆ เอ็นจะหดสั้นไม่ได้เจริญตามปกติ เมื่อรักษาแล้วนิ้วที่งออาจจะไม่สามารถเหยียดออกได้เต็มที่ และจะทำให้การหยิบจับสิ่งของชิ้นใหญ่ๆ ได้ยากเพราะมือใช้งานได้ไม่เต็มที่ครับ

  
ข้อมูลจาก : http://www.vcharkarn.com/varticle/38162
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก