ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
ฟันผุในเด็ก

ฟันผุในเด็ก เป็นเรื่องที่น่าห่วงเป็นอย่างยิ่งที่เด็กไทยส่วนใหญ่มีโรคฟันผุถึง 70% นั้นก็หมายความว่าเด็ก 10 คน เป็นโรคฟันผุเสีย 7 คน

หากเรามีเด็กที่มีโรคฟันผุมาก ก็ยากที่จะคาดหวังไปถึงสุขภาพส่วนอื่นจะแข็งแรงดี เพราะโรคฟันผุจะมีผลส่งต่อให้เป็นโรคอย่างอื่นตามมา เช่น เจ็บคอ ติดเชื้อ เบื่ออาหาร เด็กจะเจ็บป่วยบ่อย โยเย ปวดฟัน สุขภาพจิตเสีย เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายอยากเลี้ยงดูบุตรหลานให้มีฟันดี ไม่โยเยเพราะปวดฟัน แต่ก็มีข้อน่าสังเกตที่ความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้ยังปฏิบัติไม่ถูกต้องและมองข้ามไป

ทำไมเด็กถึงมีฟันผุมาก

เราทราบกันอยู่แล้วว่าโรคฟันผุเกิดจากกรดสัมผัสกับผิวฟัน กรดจะค่ีอยๆทำลายเปลือกฟันผ่านเข้าสู่เนื้อฟันซึ่งจะถูกทำลายเร็วมาก จนอาจเป็นโพรงหรือรู ซึ่งจะเห็นชัดถ้ารอยผุอยู่ด้านบดเคี้ยว แต่บางครั้งจะอยู่ตามซอกฟันจึงไม่เห็น หากรอยผุถึงโพรงประสาทฟัน อาการปวดก็จะตามมา

ขวดนมกับฟันผุโรคยอดฮิต

ปกติแล้วเราเลี้ยงเด็กด้วยนมแม่ดีที่สุด แต่ส่วนมากแล้วจะเลี้ยงด้วยนมขวด สิ่งที่ทำให้ฟันผุง่ายมากมีอยู่ 2 ประเด็น

การปล่อยให้เด็กดูดนมขวดจนหลับคาขวดนม ฟันก็จะจมอยู่ในน้ำนมเป็นเวลานาน จริงๆแล้วตัวนมเองก็มีน้ำตาล lactose ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นกรดทำลายฟันได้ หากเราให้ดื่มนมไม่ดื่มน้ำตามก็เหมือนกับว่าฟันแช่อยู่ในน้ำนมสัมผัสกับนมคลอดเวลาที่หลับ ฟันก็จะสึกกร่อนผุได้ง่ายขึ้นและต่อเนื่องกันหลายซี่ จะเห็นได้ชัดที่ฟันหน้าค่อยๆสึกกร่อนจนเหลือแต่รากที่เราเรียกว่า "ฟันผุจากขวดนม" (bottle caries) 
อีกเรื่องน่าจะโยงไปถึงความรู้และความเข้าใจผิดไม่เห็นอันตรายของนมที่มีรสหวาน บางท่านได้นำเอานมข้นหวานมาชงให้เด็กดื่มแทนนมผง นอกจากคุณค่าทางโภชนาการที่ไม่เหมาะสมแล้ว น้ำตาลเข้มข้นสูงเป็นอันตรายอย่างยิ่งและก่อให้เกิดฟันผุได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังเป็นตัวส่งเสริมให้เด็กติดรสหวาน เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูงในอนาคต 

คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลเรื่องการดูดนมของเด็กดังนี้

1. อย่าให้ลูกดูดนมแบบหลับคาขวดนม 
2. ดูดนมแล้วให้ดูดน้ำตาม หรือใช้ผ้าอุ่นเช็ดฟัน 
3. ควรให้เด็กเลิกดูดนมเมื่อายุ 1 ขวบ 
4. อย่าเลี้ยงเด็กด้วยนมข้นหวาน 


สร้างวินัยในการกิน การดื่ม จำเป็นหรือ

บางครั้งเราก็ลืมไปว่า อาหารที่ทำให้ลูกน้อยรับประทานนั้น มักจะมีน้ำตาลแฝงอยู่ด้วย ทั้งที่น้ำตาลทำให้ฟันผุง่าย เราต้องหาทางลดการสัมผัสฟันกับน้ำตาลให้น้อยที่สุด โดยจะต้องระวังอย่าปรุงอาหารให้หวานมาก

- ควบคุมเครื่องดื่มทุกชนิดที่จะดื่ม น้ำผลไม้ส่วนใหญ่จะมีน้ำตาลสูง มีรสเปรี้ยว มีกรด citric ซึ่งจะทำให้ฟันกร่อนได้ หากจะให้เด็กดื่มเพื่อเสริมวิตามินซี ก็ควรผสมให้เจือจาง หรือควรให้ในเวลาอาหารไม่ควรดื่มพร่ำเพรื่อ 
- น้ำหวาน เครื่องดื่มน้ำอัดลม ไม่ควรให้เด็กดื่มเป็นประจำ 
- ขนมหวานต่างๆ ที่มาในรูปอาหารสำเร็จ แป้งกรอบ ลูกอม ทอฟฟี่ ช็อกโกแล็ต อาหารเหล่านี้จะติดฟันและอมอยู่ในปากเป็นเวลานาน ฟันแช่อยู่ในบรรยากาศที่เป็นกรดเป็นเวลานาน ฟันก็ผุง่าย ควรเลี่ยง อย่าให้กินเป็นประจำจนติด 

ส่วนใหญ่ฟันผุในเด็กเป็นเรื่องของอาหารที่ให้ผิดวิธี ให้พร่ำเพรื่อ ไม่ควบคุมจำกัดของหวาน เราลองมาปรับเปลี่ยนกันใหม่ ระมัดระวังและสร้างวินัยในการดื่มและกินให้ลูกน้อยอย่างถูกต้อง จะช่วยลดฟันผุได้อย่างดีทีเดียวครับ


ข้อมูลจาก : http://www.thai-healthcare.com
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก