ลงทะเบียนเข้างาน
e-mail
Mobile number

บทความ
แบ่งปัน
สารพันปัญหาเด็ก..ตอน..ขี้กลัว
สารพันปัญหาเด็ก..ตอน..ขี้กลัว ความกลัวของเด็กพบได้ตามธรรมชาติ จะกลัวสูงสุดในช่วงวัย 3 – 5 ปี ส่วนใหญ่เด็กจะกลัวความมืด เสียงดัง ๆ ที่สูง และ ผี เป็นต้น สัญชาติญาณ มีไว้ให้คน ๆ นั้นเกิดความระมัดระวังต่อสิ่งต่าง ๆ แต่ถ้าสัญชาติญาณนี้ขาดหาย จะทำให้ชีวิตเกิดอันตรายได้ หรือถ้ามีมากไป ก็จะทำให้ไม่สามารถพัฒนาตนเองต่อไปได้ดี

สาเหตุที่เด็กขี้กลัว 

1. มีแบบอย่างของคนขี้กลัว วิตกกังวล หรือเป็นโรคประสาทวิตกกังวลอยู่ 
2. ถูกข่มขู่ ถูกหลอก ทำให้ตกใจ กลัวอยู่บ่อย ๆ 
3. มีประสบประการณ์ที่ทำให้ตกใจอย่างรุนแรงมาก่อน เช่น ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว ถูกตี ดุว่าอย่างรุนแรง 
4. ขาดคนประคับประคอง ขาดการฝึกฝนทักษะ ทำให้ขาดความมั่นใจ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ไม่ได้ดี 

วิธีการแก้ไข 

1. ลดท่าทีข่มขู่ หรือแสดงความโกรธที่ทำให้ไปเพิ่มความหวาดกลัวของเด็กโดยไม่จำเป็น ผู้ใหญ่นี้ก็แปลก ยิ่งเห็นเด็กกลัวแล้ว ยิ่งแสดงท่าข่มขู่เพิ่มขึ้น แต่กับเด็กหลายคน ที่ไม่สนใจในท่าทีข่มขู่หรือบีบบังคับจากแม่ แม่ก็จะลดท่าทีลง แถมบอกว่าทำไปเหนื่อยเปล่า ๆ เด็กเขาไม่สนใจ เป็นเสียแบบนี้ละคะ การหลอกทุกรูปแบบให้เด็กหวาดกลัว เช่น หลอกว่าตุ๊กแกกินตับ เดี๋ยวจะให้หมอฉีดยา ถ้าส่งเสียงดังเดี๋ยวผีได้ยิน จะมาดูดเอาเสียงไปหมด เป็นต้น ผู้ใหญ่มักนึกสนุกที่หลอกเด็กได้ แต่หารู้ไม่ว่า เท่ากับไปเพิ่มความวิตกกังวล และความกลัวให้แก่เด็ก โดยไม่มีความจำเป็น 

2. แสดงท่าทีอบอุ่น ปลอบประโลม เข้าใจความรู้สึกของเด็ก บอกความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และเบี่ยงเบนความสนใจไปยังสิ่งอื่น ทำซ้ำ ๆ สม่ำเสมอ และอยู่ใกล้ชิดกับเด็กนานพอ 

3. หาต้นแบบของความวิตกกังวล หรือคนขี้กลัวภายในบ้าน เพราะพฤติกรรมของเด็กส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการเลียนแบบ แม่ที่เห็นจิ้งจกแล้วกระโดดขึ้นเก้าอี้ร้องกรี๊ด ๆ อยู่ยาวนาน จะทำให้เด็กเกิดความตกใจ และหวาดกลัวตามได้ นั่นเป็นเพราะแม่คือโลกที่มั่นคงที่สุดในชีวิตของเด็กถ้าแม่ยังตกใจ หวาดกลัว แสดงว่าสถานการณ์รอบตัวนี้อันตรายแน่นอน ดังนั้นการลดต้นแบบของความหวาดกลัว วิตกกังวล และแสดงท่าทีที่เชื่อมั่นในสิ่งต่าง ๆ รอบตัว จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่เด็ก

4. เพิ่มทักษะในการช่วยเหลือตนเอง การตัดสินใจ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ จะส่งผลทำให้เด็กมีความมั่นใจในตัวเอง และมั่นใจสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น 5. ฝึกให้เผชิญกับสิ่งที่น่ากลัวทีละน้อย ค่อยเป็นค่อยไป และคอยให้กำลังใจเป็นระยะๆ จนเด็กสามารถเชิญหน้ากับสิ่งที่กลัวได้เพิ่มขึ้น 


สารพันปัญหาเด็ก 
พ.ญ. วินัดดา ปิยะศิลป์
  
ข้อมูลจาก : http://www.clinicdek.com
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก