ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
10 เรื่องน่ารู้ ที่พ่อแม่ต้องบอกครู

10 เรื่องน่ารู้ ที่พ่อแม่ต้องบอกครู จากผลการศึกษาวิจัยเด็กนักเรียน ที่เริ่มเข้าโรงเรียนใหม่ ๆ ของแวดวงการศึกษาในสหรัฐฯ ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะระดับอนุบาล ระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา พบว่า การเริ่มเข้าเรียนใหม ่ๆ ถือเป้นจุดเปลี่ยนชีวิตของเด็กนักเรียนเหล่านั้นที่เดียว ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะดีหรือว่าเสียก็ได้ ทั้งนี้ก็ด้วยบรรดาเด็กนักเรียนที่เริ่มเข้ามาเรียนใหม่นั้น ล้วนมีความหลากหลายแตกต่างกัน ทั้งด้านกายภาพและจิตภาพ ดังนั้น เมื่อบุตรหลานของท่านเริ่มเข้าเรียน สิ่งแรกที่ผู้ปกครองควรทำ นั่นก็คือต้องแจ้งคุณครู หรือทางโรงเรียน ให้ทราบว่าบุตรหลานของตนนั้น เป็นอย่างไร ซึ่งผู้ศึกษาวิจับได้ประมวลจนได้ 10 เรื่องน่ารู้ ดังนี้

1. วิชาที่ลูกๆ ชื่นชอบ
และวิชาที่ลูกๆ ไม่ถนัด ทั้งนี้ก็เพื่อให้คุณครูช่วยแก้ไขให้ลูกๆ ของตน สามารถเรียนวิชาที่ไม่ถนัดนี้ ได้โดยที่เด็กจะมีความรู้สึกต่อต้าน หรือเครียด หรือหนักอกหนักใจต่อวิชานั้นๆ มากจนเกินไป

2. อาหาร
ต้องบอกคุณครูด้วยเหมือนกันว่า ลูกๆ แพ้อาหารชนิดใด ทั้งนี้หมายถึง อาหารที่ชื่นชอบด้วยเช่นกัน

3. โรคประจำตัว
ทั้งนี้ เพื่อให้คุณครู หรือทางโรงเรียน เตรียมรับมือได้ทันท่วงที หากอาการของบุตรหลานของท่ากำเริบขึ้นมากระทันหัน

4. กิจกรรมหลังเลิกเรียน
เพื่อให้คุณครูได้จัดให้บุตรหลานของท่านได้ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ ถือว่าเป็นนันทนาการ หรือสันทนาการหลังเลิกเรียน ไม่ใช่จัดให้บุตรหลานของท่าน ไปทำกิจกรรมที่ไม่ชอบ ก็ทำให้เด็กนักเรียนเกิดความเครียด หรือไม่มีความสุขในการทำกิจกรรมนั้นได้

5. ศาสนา
ผู้ปกครองควรแจ้งให้คุณครูทราบว่า บุตรหลานของท่านนับถือศาสนาอะไร เพื่อที่จะให้คุณครูปฏิบัติต่อบุตรหลานของท่านได้อย่างถูกต้อง ไม่ทำลายจิตใจกัน

6. ปัญหาครอบครัว
เรื่องปัญหาภายในครอบครัวนี้ เช่น พอ่แม่ทะเลาะกัน หรือแยกกันอยู่ ทำให้กระทบไปถึงจิตใจ และอาจจะส่งผลไปถึงการเรียนของบุตรหลานของท่านด้วย ดังนั้น ต้องแจ้งเรื่องที่ว่านี้ให้คุณครูได้รับทราบ

7. สิ่งที่ลูกๆ กลัวและเกลียด 
เช่น เด็กๆ บางคน อาจจะกลัวความมืด เพราะกลัวผีหลอก หรือกลัวที่รกชัฎเพราะกลัวงู เป็นต้น ผู้ปกครองต้องแจ้งให้คุณครูทราบ เผื่อว่าทางโรงเรียนจัดกิจกรรมนอกโรงเรียน คุณครูก็จะได้ไม่ใช้ให้บุตรหลานของท่าน ไปประกอบกิจกรรมในสถานที่ดัวกล่าว

8. งานอดิเรก 
เช่น ความสามารถทางดนตรี กีฬา เป็นต้น เรื่องแบบนี้ผู้ปกครองต้องแจ้งให้คุณครูทราบด้วย ว่างานอดิเรกที่ลูกชอบทำมีอะไร จะได้ไม่ทำให้เด็กเคร่งเครียดเกินไป กับสิ่งที่ตัวเองชอบ

9. ความสามารถพิเศษ 
อาจจะทำคู่ไปกับงานอดิเรก เพราะบางครั้ง ทำเพื่อให้เด็กมีกิจกรรมที่ตัวเองชอบ เพื่อที่จะได้ส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมนั้น ในเวลาที่สมควรอย่างถูกต้องและเหมาะสม

10. อาารมณ์ 
ผู้ปกครองต้องแจ้งให้คุณครูทราบว่า อารมณ์ของบุครหลานของตนนั้น เป็นอย่างไร เช่น ใจร้อน เยือกเย็น สุขุม เป็นต้น

10 เรื่องน่ารู้เหล่านี้ ที่ทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง และคุณครูไม่ควรมองข้าม ...อย่าลืมว่าการรู้เท่าทันพัฒนาการของลูกทุกวัน จะทำให้พ่อแม่ลูกเข้าใจ และมีปฎิสัมพันธ์ภายในครอบครัวดีขึ้น

แหล่งที่มา : http://mothercorner.com


  
 ข้อมูลจาก : http://women.nong3narak.com/แม่และเด็ก/235-เรื่องน่ารู้.html
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก