ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
อุ้มลูกแบบไหน สบายตัวแม่สบายใจลูก

อุ้มลูกแบบไหน สบายตัวแม่สบายใจลูก คุณแม่ที่ไม่เคยเลี้ยงน้องมาก่อนอาจอุ้มลูกคนแรกไม่ค่อยถนัดนัก ความจริงแล้วมีวิธีอุ้มลูกหลายวิธีที่คุณแม่สบายตัวและคุณลูกก็สบายใจ การอุ้มลูกให้ถูกท่านั้นมีประโยชน์มากทีเดียว ช่วยให้ลูกกินนมอิ่ม ช่วยให้นอนหลับสบาย บางท่าก็ช่วยขับลมให้ลูกได้ด้วย 

ท่าอุ้มให้นมลูก
ก่อนอื่นคุณแม่ควรนั่งในท่าสบายๆ ก่อน ถ้านั่งในเก้าอี้หรือโซฟานั่งสบายอาจมีที่เท้าแขน มีเก้าอี้เตี้ยสำหรับวางเท้า หรือโซฟาสูงระดับวางเท้าราบกับพื้นได้ และมีหมอนหนุนพิงให้สบายหลัง

1. ท่ามาตรฐาน ที่คุณแม่ใช้กันทั่วไป ก็คือท่านั่ง ใช้แขนข้างหนึ่งโอบตัวลูกให้ศีรษะลูกพักอยู่ตรงข้อพับให้ดูดนมข้างนั้น หาเบาะช่วยรองตัวลูก คุณแม่จะได้วางพักแขนได้ไม่เมื่อยเร็ว

2. ท่าโอบจากขาลูก กลับกันกับท่าแรก เป็นท่านั่งให้นมอีกท่านึง ให้ปลายขาลูกสอดใต้ข้อศอกคุณแม่ แขนโอบข้างลำตัวลูก ประคองหลัง คอ และศีรษะ ให้ลูกดูดนมจากอกคนละข้างกับแขนที่ประคองตัวลูก

3. ท่าอุ้มแบบลูกบอล ทำนองเดียวกันกับนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลอุ้มลูกบอลไว้ใต้วงแขน คุณแม่อุ้มลูกไว้ใต้วงแขน ให้ศีรษะลูกได้ดูดนมข้างเดียวกับแขนข้างที่อุ้มลูก ปลายเท้าลูกค่อนไปทางด้านหลัง ท่านี้เหมาะกับคุณแม่ที่ผ่าท้องคลอด คุณแม่ที่มีอกใหญ่ หรือลูกตัวเล็ก 

ท่าอุ้มเพื่อช่วยให้ลูกสบายท้อง

เมื่อลูกท้องอืดมีลมในท้องมาก อุ้มลูกด้วยท่าหงายมือขึ้นเหนือตัก อุ้มลูกคว่ำหน้าอกบนแขนข้างนั้น หน้าลูกนอนตะแคงบนฝ่ามือ ใช้มืออีกข้างประคองหลังลูกเพื่อกันหล่น แขนคุณแม่อยู่ระหว่างแขนและขาทั้งสองของลูก เหมือนลูกกำลังทำท่าบิน คุณแม่อาจยกแขนขึ้นลงก็จะเป็นการช่วยนวดท้องให้ลูกไปด้วยในตัว ท่านี้จะช่วยขับลมในท้องลูก และบรรเทาอาการปวดท้องโคลิกได้

ท่าอุ้มหลับสบาย
การอุ้มพาดบ่าเป็นท่าที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากและลูกก็หลับง่าย วิธีอุ้มให้แขนข้างหนึ่งของคุณแม่โอบลูกแล้ววางลูกพาดบ่าข้างนั้น ส่วนมือโอบประคองก้นลูก มืออีกข้างหนึ่งช่วยประคองคอและหลังของลูก ลูกจะนอนหลับในท่านี้ได้อย่างสบายตัวแล้วก็ได้ยินเสียงหัวใจแม่เต้นด้วย


ฝึกอุ้มไม่นานท่าทางของคุณแม่ก็จะทะมัดทะแมงดูมือโปรไปเอง อุ้มแล้วกระชับเหมือนลงล็อกพอดี สบายตัวทั้งแม่และลูกเลยทีเดียว!!
ที่มา : sanook.com

ข้อมูลจาก : http://www.thaihealth.or.th
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก