ลงทะเบียนเข้างาน
ลงทะเบียน
บทความ
แบ่งปัน
อาหาร 5 หมู่ เพื่อพัฒนาการลูกรัก

อาหาร 5 หมู่ เพื่อพัฒนาการลูกรัก ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดสัดส่วนและปริมาณของอาหารในธงโภชนาการที่เด็กควรได้รับในแต่ละวัน เพื่อให้หม่ำหลากหลาย เพราะการรับสารอาหารครบถ้วน 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตที่มีคุณภาพ ทั้งทางด้านร่างกายและสติปัญญาของลูก โดยได้แบ่งออกเป็น 4 ชั้น ดังนี้ 

ชั้นที่ 1 กลุ่มข้าว-แป้ง หม่ำปริมาณมากที่สุด โดยให้สารอาหารหลัก คือ คาร์โบไฮเดรต เป็นพลังงานหลัก และควรเลือกชนิดที่ผ่านการขัดสีน้อย เช่น ข้าวกล้อง

ชั้นที่ 2 กลุ่มผักและผลไม้ หม่ำมากรองลงมา เพื่อให้ได้วิตามินและแร่ธาตุ พร้อมใยอาหาร เพื่อให้ช่วยทำหน้าที่หลักในการส่งเสริมให้อวัยวะต่างๆในร่างกายทำงานได้ตามปกติ

ชั้นที่ 3 กลุ่มเนื้อสัตว์ ถั่ว ไข่ และกลุ่มนม หม่ำปริมาณพอเหมาะ เพื่อให้ได้โปรตีนคุณภาพดี เหล็กและแคลเซียม โดยนมเป็นแหล่งที่ดีของแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินต่างๆ เพื่อช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีโปรตีน กรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย

ชั้นที่ 4 กลุ่มน้ำมัน น้ำตาล เกลือ หม่ำแต่น้อยเท่าที่จำเป็น ไขมันให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย แล้วยังเป็นตัวนำวิตามินที่ละลายในน้ำมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ 
ถ้าไม่มีเวลาทำอาหารให้ลูกหม่ำ อาหารเสริมธัญพืชจากธรรมชาติที่มีสารอาหารครบถ้วน 5 หมู่ นับเป็นทางเลือกที่ดี โดยเลือกชนิดที่มีสารอาหารต่างๆ ช่วยให้ลูกได้รับประโยชน์ต่างๆ ดังต่อไปนี้

ช่วยให้ลูกได้รับพลังงานที่จำเป็นต่อร่างกาย อาหารเสริมธัญพืชมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน น้ำตาลเชิงเดี่ยว ไขมัน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 ไนอาซิน แมกนีเซียม

ช่วยให้ลูกเติบโตได้ดี เพราะเป็นอาหารที่มีโปรตีน วิตามินบี กรดโฟลิค สังกะสี ไอโอดีน

เสริมกระดูกและฟันให้แข็งแรง ด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม วิตามินดีที่จำเป็นครบถ้วน

เพิ่มความแข็งแรงของเม็ดเลือด ด้วยสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็น เช่น ธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 กรดโฟลิก

ช่วยพัฒนาสมองและสายตา เพื่อให้มีสติปัญญาและสายตาที่ดี ด้วยสารอาหาร ดีเอชเอ ไอโอดีน เหล็ก วิตามินเอ

ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยสารอาหารต่างๆ เช่น วิตามินซี เหล็ก สังกะสี ซีลีเนียม

  
 ข้อมูลจาก : http://www.nestlebaby.com
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก