ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
ลงโทษด้วยการตีอาจทำลูกโตมาก้าวร้าว-สมองช้า

ลงโทษด้วยการตีอาจทำลูกโตมาก้าวร้าว-สมองช้า นักวิทยาศาสตร์พบว่าการลงโทษลูกอายุ 1 ขวบด้วยการตีนั้นจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและเรียนรู้ได้ช้าภายใน 2 ปีข้างหน้า ขณะที่การลงโทษด้วยการอบรมด้วยการดุนั้นจะไม่ก่อให้เกิดผลดังกล่าว

การศึกษาครั้งนี้มีจุดประสงค์ในการสืบหาว่าการเลี้ยงดูของแม่มีผลต่อพฤติกรรมที่ไม่ดีของเด็กอย่างไรบ้าง หรือเด็กจะมีความคิดท้าทายหรือไม่หลังจากที่โดนลงโทษด้วยวิธีรุนแรง โดยมีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยดูค, มิสซูรี่-โคลัมเบีย, เซาท์แคโรไลน่า, โคลัมเบีย, ฮาวาร์ด และนอร์ธแคโรไลน่าร่วมค้นหาคำตอบ

ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยได้หาข้อมูลจากแม่ 2,500 คน ทั้งคนขาว คนดำ คนละตินที่มีลูกเด็ก โดยได้เข้าไปสัมภาษณ์และสังเกตพฤติกรรมถึงบ้านเลยในช่วงที่เด็กอายุได้ 1 ปี 2 ปี และ 3 ปีนี้ โดยอาสาสมัครทุกคนมีฐานะอยู่ในระดับยากจน เพราะนักวิจัยเชื่อว่าพ่อแม่ที่ยากจนมักจะลงโทษด้วยวิธีการตีมากกว่าพ่อแม่ที่มีฐานะปานกลางหรือร่ำรวย

นักวิจัยได้สัมภาษณ์แม่ทุกคนว่าบ่อยแค่ไหนที่ทุกคนในบ้านจะลงโทษด้วยวิธีการตีเด็กในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ โดยนักวิจัยยังได้สังเกตด้วยว่าแม่จะลงโทษด้วยการดุลูกบ่อยหรือไม่ในช่วงที่ไปเยี่ยมบ้านนี้

จากการศึกษาพบว่าเด็กผิวดำมักจะถูกตีและดุมากกว่าเด็กกลุ่มอื่น อาจจะเนื่องด้วยปัจจัยทางวัฒนธรรม เช่นเชื่อว่าการที่เด็กต้องให้ความเคารพผู้ใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ และเชื่อในเรื่องของการลงโทษแบบลงไม้ลงมือจะทำให้เด็กเคารพผู้ใหญ่ได้ นอกจากนั้นแล้ว แม่ผิวดำบางคนยังบอกด้วยว่าเคยลงโทษด้ววิธีการรุนแรง อันตราย หรือขังอยู่ในห้องเล็กๆ กรณีที่ลูกไม่เชื่อฟังหรือดื้อมากๆ

นักวิจัยจึงได้สรุปผลกระทบของการลงโทษต่อพฤติกรรมของเด็กไว้ดังนี้

"การค้นพบของเราแสดงให้เห็นว่าการตีนั้นมีผลต่อพัฒนาการของเด็ก" ลิซ่า เจ. เบอร์ลิน นักวิทยาศาสตร์แห่งศูนย์สำหรับนโยบายเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยดูค หัวหน้าทีมวิจัยเปิดเผย


"โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กที่ถูกตีบ่อยๆเมื่อครั้งที่อายุได้แค่ 1 ปีนั้นจะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวเมื่อโตมาได้จนอายุ 2 ปี และก็จะทำคะแนนบททดสอบทางความคิดได้น้อยกว่าคนอื่นเมื่ออายุได้ 3 ปี"


"หรือแม้แต่นำปัจจัยเรื่องอื่นมาวิเคราะห์เช่น อายุ เชื้อชาย การศึกษาของแม่ รายได้และโครงสร้างครอบครัว และเพศของเด็กนั้นพบว่าผลที่ออกมาก็ไม่มีอะไรต่างจากเดิมนัก"


"นอกจากนั้น เรายังสรุปได้ว่าเด็กที่ก้าวร้าวมากขึ้นเมื่ออายุได้ 2 ปีและมีการเรียนรู้ที่ช้าในช่วงอายุ 1-2 ปีมักจะไม่ถูกลงโทษเท่าไหร่เมื่อช่วงอายุ 2-3 ปี ฉะนั้น พฤติกรรมของแม่จึงน่าจะมีผลมากกว่าพฤติกรรมของลูกนะ"

ขณะเดียวกัน การลงโทษด้วยการดุนั้นไม่ได้มีผลต่อพฤติกรรมก้าวร้าวหรือการเรียนรู้ที่ช้าของเด็กแต่อย่างใด แต่น่าสนใจตรงที่ว่าหากดุแล้วได้รับกำลังใจจากแม่ในภายหลัง เด็กก็จะทำคะแนนบททดสอบทางความคิดได้ดีมากขึ้นอีกด้วย


Natty_sci
แปลจาก : http://www.sciencedaily.com/releases/2009/09/090915100941.htm
ข้อมูลจาก : http://www.vcharkarn.com
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก