ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
เลือกแฟนอย่างไรดี
เลือกแฟนอย่างไรดี เคยคิดหรือไม่ว่า คนที่คุณกำลังคบเป็นแฟนอยู่นี้จะต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคุณตลอดชีวิต คุณทั้งสองคนกำลังจะเริ่มต้นของการมีครอบครัว มีลูกๆ ไว้เลี้ยงดู ปัญหาต่างๆ กำลังจะตามมาอีกมากมาย ความสุขขณะคบกันเป็นแฟนกำลังจะหมดไป แต่จะเปลี่ยนมาเป็นความรับผิดชอบในฐานะพ่อหรือแม่ ในฐานะสามีหรือภรรยา จึงอาจจะถามขึ้นว่า จะเลือกแฟนอย่างไรดี

“ดูนางให้ดูแม่”

เป็นคำแนะนำสำหรับการเลือกหญิง แล้วคำแนะนำสำหรับเลือกฝ่ายชายมีไหม 

“คบกันไปก่อน ค่อยๆ ดูใจกัน” มีคำแนะนำมากมายในการเลือกฝ่ายชาย แต่คำกล่าวข้างต้นนี้ดูเหมาะสมที่สุด

เมื่อเป็นแฟนกันใหม่ๆ อะไรๆ ดูสดชื่นไปหมด ทั้งคู่ยอมอดกลั้นยอมงดเว้นสิ่งที่ตนเองอยากทำ จนเมื่อสนิทสนมกันมากขึ้น ฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงที่เคยซ่อนอะไรไว้ก็จะเริ่มแสดงออกมา คู่หนุ่มสาวที่เป็นแฟนกันจึงควรดูใจกันนานๆ หมั่นสังเกตพฤติกรรมของอีกฝ่ายหนึ่งและเมื่อเกิดปัญหาขึ้นควรสังเกตว่าอีกฝ่ายหนึ่งใช้วิธีแก้ปัญหาอย่างไร วิธีแก้ปัญหานั้นคุณยอมรับได้แค่ไหน คู่แต่งงานที่คบกันในช่วงสั้นๆ จะมีสถิติการหย่าร้างสูงกว่าคู่แต่งงานที่ดูใจกันนานๆ 

การศึกษาอุปนิสัยใจคอของพ่อแม่ฝ่ายชาย หรือถ้าเป็นชายควรศึกษาอุปนิสัยใจคอของพ่อแม่ฝ่ายหญิงจะพอบอกถึงอุปนิสัยของแฟนคุณได้ ถ้าพ่อแม่ของฝ่ายชายเป็นคนเจ้าชู้ประตูดินมีภรรยาหลายคน ลูกชายก็มักจะไม่ทิ้งแถว หรือดูครอบครัวของฝ่ายหญิง ถ้ามาจากครอบครัวที่ค่อนข้างจะยุ่งเหยิง ฝ่ายชายควรจะดูใจฝ่ายหญิงให้นานๆ หน่อย ถ้าเป็นฝ่ายชายควรดูว่าคู่รักของเราจะเป็น “แม่ที่ดี” แก่ลูกได้หรือไม่ ในขณะเดียวกันถ้าเป็นฝ่ายหญิงควรคิดว่า คู่รักของเราต่อไปจะเป็น “พ่อที่ดี” ของลูกได้หรือไม่เช่นกัน ถ้ายังไม่แน่ใจควรดูต่อไปอีกหน่อย 

ในทางการแพทย์ยังเพิ่มหลักเกณฑ์ในการเลือกแฟนเพิ่มขึ้น คือหลีกเลี่ยงคนที่เป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรมชนิดเดียวกัน จากความเจริญก้าวหน้าทางพันธุวิศวกรรมในปัจจุบัน ทำให้แพทย์สามารถหาผู้เป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรมได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น โรคเลือดชนิดธาลัสซีเมีย ถ้าพ่อและแม่ต่างก็เป็นพาหะของโรคนี้ โอกาสที่ลูกจะเป็นโรคนี้มีค่อนข้างสูง ถ้าทราบว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพาหะต่อโรคพันธุกรรมชนิดหนึ่ง ก็ควรดูว่าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรมเดียวกันหรือไม่ เราอาจต้องนำข้อมูลทางพันธุกรรมทั้ง 2 ฝ่ายมาปรึกษาแพทย์ก่อนแต่งงาน แต่อย่างไรก็ตามคงจะไม่มีกฎหมายบังคับให้ชายหญิงทุกคู่ตรวจหาพันธุกรรมของโรคบางชนิดก่อนแต่งงาน 


ข้อมูลจาก : http://www.maedek.net/detail_tip.php?case_id=28&type_id=1&cate_id=1
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก