ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
คลอดลูกโดยวิธีใดดี
คลอดลูกโดยวิธีใดดี หลายคนอาจจะอยากให้หมอผ่าเอาลูกออกเมื่อครรภ์ครบกำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดเวลาเบ่งคลอด หรืออาจจะต้องการฤกษ์ที่ดีสำหรับการคลอดลูกจึงหาวันและเวลาที่เหมาะสม แล้วนัดหมอมาผ่าเอาลูกออกตามฤกษ์ วิธีนี้เป็นวิธีที่คุณเลือกเอง ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

การคลอดโดยวิธีธรรมชาติ 

คือ จะปวดท้องคลอดเมื่อครรภ์แก่ แล้วเบ่งคลอดออกมาจากช่องคลอด วิธีนี้จะปลอดภัยและไม่อันตรายต่อลูก การที่ลูกออกมาแล้วร้องไห้นั้น จะทำให้ปอดของลูกขยายเต็มที่ เมื่อได้ยินเสียงลูกร้อง จะรู้สึกชื่นใจ หายเหนื่อยและหายเจ็บทันที ถึงแม้เวลาจะผ่านไปอีกหลายสิบปี เสียงร้องครั้งแรกของลูกยังก้องกังวานอยู่ในหู นอกจากนี้การได้กอดลูกทันทีที่ลูกคลอดออกมาจะทำให้คุณชื่นใจยิ่งนัก การที่มีหมอดูแลระหว่างคลอด นอกจากจะช่วยทำคลอดแล้ว ยังช่วยระวังและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น เด็กอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสมสำหรับการคลอดทางช่องคลอด เด็กตัวใหญ่กว่าช่องคลอดมาก หรือเด็กอยู่ในภาวะขาดออกซิเจน หมอทำคลอดจะตัดสินใจ ณ นาทีนั้นเพื่อหาวิธีใดวิธีหนึ่งเร่งคลอดโดยด่วน เช่น ใช่เครื่องช่วยดึง ใช้คีมช่วยดึงหรือการผ่าท้องคลอด เพื่อมิให้ลูกในครรภ์ได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองนานเกินไป 

คลอดลูกโดยการผ่าทางหน้าท้อง 

ใช้วิธีนี้ในรายที่ลูกในครรภ์ตัวใหญ่มากหรือยู่ในทางผิดปกติ เช่น ท่าขวาง ท่าก้น รกเกาะต่ำ หรือภาวะฉุกเฉินที่ต้องการช่วงลูกโดยรีบด่วน หรือในกรณีที่เคยผ่าท้องคลอดในการตั้งครรภ์ครั้งที่แล้ว คุณจะได้รับการดมยาสลบ หรืฉีดยาชาเข้าไขสันหลังเพื่อการผ่าท้องคลอด คุณควรมีครรภ์ที่คบกำหนดคลอด ข้อเสียของการผ่าท้องคลอดมีมากมาย เช่น ผ่าท้องคลอดโดยที่ลูกในครรภ์ยังไม่ครบกำหนดคลอด ปอดของลูกจะยังทำงานไม่สมบูรณ์ หรือการผ่าท้องคลอดแล้วเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าคลอด เช่น เลือดออกไม่หยุด หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบหรือการฉีดยาชาเข้าสันหลัง เช่น เกิดภาวะตับวายฉับพลัน ปัญหาเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ ตลอดเวลาจึงควรระมัดระวังทุกขั้นตอนในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าท้องคลอดถึงแม้คุณจะเจ็บแผลบริเวณหน้าท้องก็ควรพลิกตะแคงตัวหรือลุกขึ้นนั่งข้างเตียงและเดินไปเดินมาในห้องพักบ้าง ไม่ควรนอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างเดียว ทั้งนี้เพื่อให้ปอดขยายตัวได้ดี และทำให้เกิดพังผืดในบริเวณช่องท้องลดน้อยลง การเกิดพังผืดมากทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวไม่สะดวกและจะทำให้การผ่าตัวครั้งต่อๆ ไปในบริเวณนี้ลำบากมากยิ่งขึ้น 

ใช้คีมหรือเครื่องดูดลูกออก 

ในช่วงกำลังเบ่งคลอดเพื่อให้ลูกผ่านออกมาทางช่องคลอด คุณอาจจะหมดแรงอ่อนล้า หรือลูกอยู่ในท่าที่ทำให้ตัวเคลื่อนออกมายาก หมอจะเห็นแต่หัวลูกผลุบๆ โผล่ๆ บริเวณปากช่องคลอดโดยที่ตัวไม่เคลื่อนออกมา ถ้ายื้อกันนานเกินไป ลูกจะขาดออกวิเจนได้ หมอจำเป็นต้องช่วยแรงเบ่งของคุณโดยการใช้คีมทาบบริเวณหัวของลูก หรือใช้เครื่องดูดวางไว้บริเวณศีรษะของลูก แล้วช่วยดึงลูกออกมาทางปากช่องคลอด โดยสัมพันธ์กับการเบ่งท้องของลูก การใช้คีมหรือเครื่องดูดโดยหมอที่ชำนาญจะช่วยลดการบาดเจ็บจากการคลอดลูกได้มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะการขาดออกซิเจนของลูกจากการคลอดที่ยืดเยื้อ แต่บริเวณศีรษะหรือใบหน้าของลูกอาจจะมีร่องรอยของการใช้เครื่องมือ เช่น ใบหน้าลูกมีรอยแดง หรือบริเวณศีรษะจะนูนบวมและแดงจากการใช้เครื่องดูด สิ่งเหล่านี้จะค่อยๆ หายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยที่ไม่ต้องใช้ยา 

การคลอดร่วมกับการให้ยาชาฉีดเข้าไขสันหลัง 

การให้ยาชนิดฉีดเข้าไขสันหลังจะทำให้คุณไม่มีความเจ็บปวดตั้งแต่บริเวณสะดือลงไปดังนั้นขณะที่กำลังเบ่งท้องคลอด คุณจะยังมีความรู้สึกตลอดเวลา แต่จะไม่รู้สึกเจ็บปวดบริเวณหน้าท้องจนถึงปลายเท้าเลย การฉีดยาชาเข้าไขสันหลังมีความเสี่ยงบ้าง เพราะยาชาอาจจะทำให้คุณหยุดหายใจได้ ถ้าทำโดยหมอที่ไม่ชำนาญ จึงควรพิจารณาให้ดีก่อนที่จะเลือกใช้วิธีนี้ในการช่วยคลอด การคลอดโดยวิธีปกติจะเป็นวิธีดีและปลอดภัยที่สุด 

การคลอดลูกคนที่สองและคนถัดๆ ไป 

ถ้าคุณเคยผ่านการคลอดลูกคนแรกภายใน 2-3 ปี โดยการเบ่งคลอดออกมาเอง การคลอดลูกคนที่สองก็จะง่ายกว่าเดิม ประวัติการคลอดลูกคนแรกระยะเวลาในการคลอด รวมทั้งน้ำหนักตัวของลูกคนแรกจะช่วยหมอที่ทำคลอดมาก บางคนมีประวัติว่าท้องคนแรกคลอดเร็วมาก ใช้เวลาตั้งแต่เจ็บครรภ์จนถึงเบ่งคลอดลูกออกมาไม่ถึง 10 ชั่วโมง เมื่อเป็นเช่นนี้ถ้าท้องที่สองเกิดเจ็บครรภ์เพียงเล็กน้อย ควรรีบเข้าไปห้องคลอดเลย และหมอควรจะมาดูแลใกล้ชิด มิฉะนั้นจะทำคลอดไม่ทัน และหมอจะระวังไม่ให้ศีรษะลูกโผล่พ้นช่องคลอดเร็วเกินไป สมองของลูกจะปรับความดันอากาศไม่ทัน อาจจะมีเลือดออกในสมอง ในกรณีที่ลูกคนแรกตัวใหญ่ ลูกคนที่สองจะมีโอกาสตัวใหญ่กว่าลูกคนแรก 

ข้อมูลจาก : http://www.maedek.net/detail_tip.php?case_id=107&type_id=1&cate_id=1
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก