ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
ไวรัสโรตา ความเสี่ยงที่เลี่ยงได้
ไวรัสโรตา ความเสี่ยงที่เลี่ยงได้ 

อยู่ได้ทุกที่หนีไม่พ้น


โรตาเป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายมาก ชอบแฝงตัวอยู่ตามสิ่งของ เช่น ของเล่นเด็กและอยู่ได้นานเป็นวัน ๆ 
ถึงจะดูแลเรื่องความสะอาดของน้ำ อาหารและที่อยู่เป็นอย่างดี ก็ยังปกป้องลูกรักจากไวรัสตัวนี้ได้ไม่เต็มที่ 
หากนำสิ่งของ หรือมือที่เปื้อนเชื้อเข้าทางปากลูกน้อยก็จะติดไวรัสโรตาได้อย่างง่ายดาย 

อาการรุนแรงกว่าที่คิด

ทารกทุกๆ 1 ใน 2 คนที่ป่วยเป็นโรคอุจจาระร่วง และต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโรตา 
เด็กอายุต่ำหว่า 5 ขวบแทบทุกคนต้องเคยติดเชื้อไวรัสโรตาอย่างน้อย 1 ครั้ง 
ไวรัสตัวป่วนนี้ทำให้เด็กทั่วโลกต้องเข้าโรงพยาบาลมากกว่า 2 ล้านครั้งต่อปี 

เด็กเล็กโดนเล่นงานหนักสุด

เด็กในวัย 6 เดือนถึง 2 ขวบมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงจากไวรัสโรตาได้มากที่สุด 
เด็กในวัยดังกล่าวจะมีอาการอาเจียนและท้องร่วงรุนแรง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำมากที่สุด 

ไขปริศนาไวรัสโรตา

ไวรัสโรตาคืออะไร
ไวรัสโรตาคือ ไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักของโรคลำไส้อักเสบในทารกและเด็กเล็ก

เมื่อติดเชื้อไวรัสโรตาแล้วจะมีอาการอย่างไร

หลังได้รับเชื้อ 1-2 วัน ทารกและเด็กเล็กจะอาเจียน มีไข้ และถ่ายเหลว อาการอาจเรื้อรังนาน 9 วัน – 3 สัปดาห์ 
การถ่ายเหลวเป็นเวลานานทำให้เด็กขาดน้ำและเกลือแร่มาก จนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งบั่นทอนสุขภาพของเด็กและสร้างความเครียดให้คุณพ่อคุณแม่ 

เด็กๆ ติดเชื้อได้อย่างไร


ไวรัสโรตาสามารถแพร่กระจายได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ไปสัมผัสโดนสิ่งของปนเปื้อนเชื้อที่อยู่รอบตัว เช่น ของเล่น สิ่งของเครื่องใช้หรือพื้นผิวทั่วไป แล้วนำมือหรือของเหล่านั้นเข้าปากก็ติดเชื่อไวรัสโรตาได้แล้ว

ถ้าติดเชื้อแล้วจะรักษาอย่างไร

เนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส ปัจจุบันจึงยังไม่มียารักษาเฉพาะ แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเหลือลูกเบื้องต้นได้ เช่น เมื่อลูกขาดน้ำและเกลือแร่ ก็ให้น้ำและเกลือแร่ทดแทนทางปาก แต่ถ้าลูกมีภาวะขาดน้ำอย่างรวดเร็วและรุนแรง คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาลูกส่งโรงพยาบาลทันที

จะป้องกันลูกจากเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้อย่างไร

- สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้คือ รักษาสุขอนามัยของสมาชิกในบ้านและบริเวณที่ลูกชอบเล่น รวมถึงของเล่นต่าง ๆ อีกทั้งควรล้างมือให้ลูกบ่อย ๆ 
- การดื่มนมแม่ จะช่วยให้ลูกมีภูมิคุ้มกันได้ในระดับหนึ่ง 
- แต่หากจะว่าได้แล้ว วิธีดังกล่าวก็ยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพที่จะป้องกันเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการปกป้องลูกจากโรคนี้สามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากกุมารแพทย์ เกี่ยวกับการป้องกันโดยวิธีสร้างภูมิคุ้มกัน 


ศูนย์กุมารเวชกรุงเทพ
ข้อมูลจาก : http://www.bangkokhealth.com
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก