ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
จมูกข้าวสาลี ลดอาการซุกซนในเด็กได้จริงหรือ?

จมูกข้าวสาลี ลดอาการซุกซนในเด็กได้จริงหรือ? สุขภาพของเด็กๆ เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ยิ่งเด็กๆที่มีอาการซุกซนเกิดเหตุหรือไฮเปอร์ (Hyperactive) ด้วยแล้ว คุณสามารถมองหาธัญพืชดีๆ ที่มีคุณค่าและประโยชน์ อย่าง จมูกข้าวสาลี ซึ่งสามารถช่วยลดระดับความซุกซนเกิดเหตุของเด็กๆ ลงได้ พร้อมกันนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ควรดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย ทั้งนี้ เด็กกับความซุกซนก็มักมาคู่กันเสมอ อย่างคำกล่าวที่ว่า “เด็กซนคือเด็กฉลาด” ปล่อยให้เด็กๆ เรียนรู้จากความซุกซนให้เต็มที่ ดีกว่าให้เด็กๆ นั่งซึมไม่พูดไม่จา

คงสงสัยกันใช่มั๊ยคะว่าจมูกข้าวสาลีสามารถช่วยลดระดับความซุกซนของเด็ก ๆ ได้อย่างไร นั่นก็เพราะว่า ในจมูกข้าวสาลี มีวิตามินอี วิตามินบี เซเลเนียม และเส้นใยสูง สำหรับเด็กที่ซุกซนเกินเหตุนั้น เป็นเพราะว่ากินคาร์โบไฮเดรตที่เปล่าประโยชน์และพร่องวิตามินบีเข้าไปมาก อย่างขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม ขนมหวาน ทำให้ร่างกายเผาพลาญแต่แป้งให้เป็นพลังงาน จนไปแย่งวิตามินบีจากสมอง ทำให้สมองขาดวิตามิน นานเข้าก็ทำให้สมองทำงานผิดปกติ ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เด็ก ๆ เกิดอาการซุกซนเกินเหตุ การมีสุขภาพที่ดี หมายถึง การที่ร่างกายของเราแข็งแรงและจิตใจของเราก็แข็งแรงไม่แพ้กัน

ส่วนวิธีที่จะลดอาการซุกซนเกินเหตุในเด็กนั้น ทำได้ง่ายๆ ด้วยการผสมจมูกข้าวสาลีกับน้ำอาร์ซีหรือน้ำข้าว ซึ่งเป็นน้ำที่อยู่ระหว่างการหุงข้าว ซึ่งจะได้สารสกัดวิตามินบีและสารอาหารอื่นๆ เมื่อดื่มเข้าไปก็จะไปช่วยบำรุงสมอง หรือใช้น้ำอาร์ซีที่มาจากธัญพืชอื่น ๆ โดยตรงได้ หรือให้เด็ก ๆ ดื่มเครื่องดื่มผสมธัญพืชที่มีจมูกข้าวสาลีเป็นส่วนประกอบก็ได้ เพราะจะทำให้เด็ก ๆ สดชื่น เป็นเด็กที่สดใสร่าเริงตามวัย แม้จะซุกซนไปบ้าง ซึ่งนอกจากจะได้ประโยชน์จมูกข้าวสาลีแล้ว ยังได้ประโยชน์จากเครื่องดื่มที่รวมเอาธัญพืชหลาย ๆ ชนิดมาไว้ด้วยกัน รวมทั้งยังสามารถใช้จมูกข้าวสาลีโรยในอาหารหรือข้าวมื้อละ 1 ช้อนโต๊ะก็ได้ 

นอกจากเด็กๆ จะลดอาการซุกซนเกินเหตุเบื้องต้นได้แล้ว เด็กๆ ยังได้รับสารอาหารที่มากด้วยคุณค่าอย่างจมูกข้าวสาลีและน้ำข้าวอีกด้วย ทั้งช่วยในเรื่องของการขับถ่าย บำรุงสมอง เด็กๆ จะได้มีการพัฒนาการทางสมองที่ดี และบำรุงสายตาอีกด้วย ทราบอย่างนี้แล้วคงต้องรีบหาจมูกข้าวสาลี หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของธัญพืชดีๆ มาทำให้ร่างกายสดใสแข็งแรงกันแล้วล่ะค่ะ
  
 ข้อมูลจาก : http://women.sanook.com
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก