ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
sinekfilmizle.com filmizlehell.com
บทความ
แบ่งปัน
ขาโก่งในเด็ก เกิดจากสาเหตุใด?

 

ขาโก่งในเด็ก เกิดจากสาเหตุใด?


(
Bow legs) คืออะไร รู้ได้อย่างไรว่าเด็กทารกขาโก่ง ?

 

ขาโก่ง (Bow legs) คือภาวะที่ขาและเข่าของลูกโค้งงอเล็กน้อย อาจเป็นทั้งสองข้างหรือข้างเดียว และอาจพบเท้าบิดเข้าด้านในร่วมด้วย เวลายืนตรงและชิดส้นเท้าเข้าหากัน หัวเข่าจะแยกออกจากกันไม่ชิดกัน มักพบได้บ่อยในทารกและเด็กวัยหัดเดิน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นภาวะปกติที่สามารถแก้ไขได้เองตามธรรมชาติ


ขาโก่งในเด็ก เกิดจากสาเหตุใด 
?


1. เด็กขาโก่งปกติ

 

อาจเกิดจากกระดูกขาที่งอตัวและปรับตัวเข้ากับพื้นที่จำกัดในมดลูกช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์

ในเด็กเล็กที่พัฒนาการเร็วเกินไป เช่น ยืนหรือเดินเร็วเกินวัย หรือมีน้ำหนักมาก ทำให้เกิดภาวะขาโก่งชั่วคราว ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับเข้าสู่แนวตรง

บางรายอาจมีลักษณะ ขาเป็ด หรือ ขาฉิ่ง ในช่วงอายุ 3-4 ปี ก่อนที่จะกลับมาสู่แนวปกติเมื่อโตขึ้นในช่วงอายุ 7-8 ปี


2. เด็กขาโก่งผิดปกติ เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิ

 

โรคกระดูกอ่อน (Rickets) เกิดจากการขาดวิตามินดีและแคลเซียมอย่างรุนแรง ทำให้กระดูกอ่อนนิ่มและผิดรูปได้ง่าย

โรคเบล้าท์ (Blount's Disease) เป็นความผิดปกติของการเจริญเติบโตของกระดูกบริเวณข้อเข่าด้านใน ทำให้เกิดภาวะขาโก่งที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในเด็กโตหรือวัยรุ่น

การติดเชื้อหรือการบาดเจ็บที่กระดูก  อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูกและทำให้เกิดขาโก่งได้

โรคทางพันธุกรรมบางชนิด เช่น โรคกระดูกเปราะ หรือโรคทางเมตาบอลิซึมบางอย่าง หรือภาวะอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูก


เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์เรื่องขาโก่ง
? ลูกขาโก่งดูยังไง ?

 

หากลูกมีลักษณะต่างๆ ดังนี้ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
 

  • ขาโก่งข้างเดียว หรือโก่งไม่เท่ากัน
  • ขาโก่งรุนแรงมาก หรือมีแนวโน้มโก่งมากขึ้น
  • มีอาการ ปวดขา เจ็บเข่า หรือเดินผิดปกติ
  • ตัวเล็กกว่าปกติ หรือมี พัฒนาการล่าช้า อาจเป็นสัญญาณของโรคกระดูกอ่อนหรือโรคอื่นๆ
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคที่ทำให้เกิดขาโก่ง เช่น โรค Blount's Disease


การรักษาขาโก่งในเด็กมีอะไรบ้าง
? สามารถดัดขาลูกเองได้ไหม ?

 

ส่วนใหญ่แล้วภาวะขาโก่งในเด็กจะหายได้เองตามธรรมชาติ เมื่อลูกโตขึ้น กระดูกขาจะค่อยๆ ปรับเข้าสู่แนวตรง โดยมักจะดีขึ้นเมื่ออายุ 2-3 ปี และอาจมีลักษณะขาโก่งเล็กน้อยอีกครั้งในช่วง 3-4 ปี ก่อนจะกลับมาตรงเป็นปกติเมื่ออายุประมาณ 7-8 ปี ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องทำอะไร 



แนวทางการรักษาขาโก่ง ให้พิจารณาการรักษาตามสาเหตุ


- เด็กขาโก่งจากโรคกระดูกอ่อน

แนวนางการรักษา : แพทย์จะแนะนำให้รับประทานวิตามินดีและแคลเซียมเสริมตามคำแนะนำ การรักษานี้มักได้ผลดีหากเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆ


- เด็กขาโก่งจากโรค
Blount's Disease 

แนวทางการรักษา :  หากเป็นโรค Blount's Disease: ในระยะเริ่มต้น หรือขาโก่งที่ยังไม่รุนแรงมาก แพทย์อาจแนะนำให้ใส่อุปกรณ์พยุงขา (braces) เพื่อช่วยปรับแนวขา


ถึงแม้ว่าขาโก่งในเด็กมักเป็นเรื่องปกติที่หายได้เองเมื่อโตขึ้น แต่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกต การเปลี่ยนแปลงของขา การเดิน และอาการอื่นๆ ของลูกอย่างสม่ำเสมอ หากมีข้อสงสัยหรือหรือสังเกตเห็นความผิดปกติ  ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและดูแลที่เหมาะสม ให้ลูกน้อยของคุณเติบโตอย่างแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดี

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
เด็ก 11 เดือน จำเป็นต้องมีของเล่นไหม?
เด็ก 11 เดือน จำเป็นต้องมีของเล่นไหม?
เกมสำหรับเด็กอนุบาล แบบ "Indoor"
เกมสำหรับเด็กอนุบาล แบบ "Indoor"