ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
Sponsors
view all
Banner
view all
News
Share
10 วิธี...กระตุ้นลูกน้อยในครรภ์





10 วิธี...กระตุ้นลูกน้อยในครรภ์ 

คุณแม่เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมเด็กแต่ละคนเกิดมามีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน เด็กบางคนอารมณ์ดี เลี้ยงง่าย ไม่โยเย ขณะที่เด็กบางคนเลี้ยงยากเหลือเกิน เรื่องนี้ เราคงต้องย้อนกลับไปหาคำตอบกันตั้งแต่แรกเริ่มที่คุณแม่ตั้งครรภ์ กันเลยทีเดียวค่ะ

บรรทัดต่อจากนี้ไป จะเป็นวิธีการกระตุ้นพัฒนาการด้านอารมณ์ และจิตใจของลูกน้อยในครรภ์อย่างง่าย ๆ ที่คุณแม่สามารถทำได้ทันทีค่ะ

1. คิดบวกไว้ก่อน

การ พยายามมองโลกในแง่บวก นอกจากจะช่วยให้คุณแม่สามารถจัดสมดุลทางอารมณ์ของตัวเองได้ดีแล้ว ยังช่วยสร้างความรู้สึกดี ๆ ในการเกิดและมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ด้วย ลองนึกดูสิคะ ถ้าตลอดเวลาที่อยู่ในท้องแม่ ลูกรับรู้แต่อารมณ์หงุดหงิด หดหู่ หรือไม่ได้ดั่งใจของแม่ตลอดเวลา ร่างกายที่ตึงเครียดจากอารมณ์ที่ไม่สงบ ย่อมส่งสัญญาณไปถึงลูกน้อยได้ ดังนั้น การที่คุณแม่มองโลกในแง่ดี จิตใจผ่องใส พูดคุยถึงแต่เรื่องดี ๆ จึงเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้ลูกรับรู้แต่เรื่องดี ๆ และอยากจะเกิดมาใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มากขึ้นค่ะ

2. ไม่เครียด

ความ เครียดของแม่ส่งผลต่อลูกในครรภ์โดยตรง เพราะนอกจากความเครียดจะทำให้ลูกคลอดออกมาเป็นเด็กขี้แย โยเย และเลี้ยงยากแล้ว ฮอร์โมนของความเครียดนี้ ยังจะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของสมองลูกอีกด้วย เพราะสเตียรอยด์จากเปลือกหมวกไต จะเพิ่มระดับสูงขึ้นยามที่คนเราเกิดความ รู้สึกเครียดหรือถูกกดดัน และส่งผลกระทบโดยตรงต่อการสร้างสมองส่วนเส้นใยประสาท ทำให้ระดับเชาวน์ปัญญาของลูกลดต่ำลงในที่สุด

3. หายใจลึก ๆ เข้าไว้

การ หายใจเข้าลึก ๆ เป็นวิธีง่าย ๆ แต่เวิร์กสุด ๆ ที่จะช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย ในยามที่รู้สึกว่ากำลังถูกความเครียดคุก คาม แถมยังส่งผลดีต่อลูกน้อยในครรภ์ เพราะเมื่อคุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย ลูกน้อยสามารถสัมผัสถึงความสุขสงบภายในตัวแม่ และรับรู้ถึงความรักที่แม่มีต่อเขาได้ตลอดเวลา พัฒนาการทางสมองของลูกก็เป็นไปด้วยดี แถมสารเคมีในสมองยังได้รับการพัฒนาขึ้นมา เพื่อปกป้องลูกน้อยจากฮอร์โมนความเครียด และช่วยให้เขาสามารถจัดการกับความเครียดของตัวเองได้ เมื่อโตขึ้นด้วย

4. พูดคุยกับลูกบ่อย ๆ


เสียง พูดหรือเสียงร้องเพลงของคุณแม่ จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านอารมณ์ความรู้สึก ของลูกน้อยได้ดีทีเดียวค่ะ เพราะขณะที่คุณแม่พูดคุยหรือร้องเพลงให้ลูกฟัง ลูกจะตั้งใจฟังอย่างดี พิสูจน์ได้จากอัตราการเต้นของหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะช้า ๆ รวมทั้งยังช่วยให้ลูกดูดกลืนน้ำคร่ำได้เร็วกว่าปกติอีกด้วย

5. ยิ้มรับทุกสถานการณ์

การยิ้มจะช่วยให้ "เซโรโทนินฮอร์โมน" หรือ ฮอร์โมนอารมณ์ดีแผ่กระจายไปในกระแสเลือด และส่งผ่านสู่ลูกน้อยในครรภ์ให้รู้สึกผ่อนคลายและสุขสงบได้ ทุกครั้งที่คุณยิ้ม รู้ไหมว่าลูกในครรภ์ก็กำลังพยายามจะยิ้มอย่างที่คุณทำด้วยเช่นกัน


6. เล่นสนุกกับลูก

การ เล่นเกมกับลูกในครรภ์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการได้ง่าย ๆ ยกตัวอย่างเช่น เกมเตะเลยลูก ที่วิธีเล่นก็แสนง่าย เพียงแค่เวลาที่ลูกเตะหรือศอก ให้คุณแม่สัมผัสตรงบริเวณที่ลูกเตะ แล้วพูดกับลูกว่า "เตะเลยลูก เตะอีก ๆ" จากนั้นลองสัมผัสท้องส่วนอื่น ๆ เพื่อให้ลูกในท้องเป็นฝ่ายไล่ตามสัมผัสบ้าง โดยขณะที่สัมผัสท้องก็ให้คุณแม่พูดคำเดิมค่ะ


7. ผักช่วยได้

ลูก น้อยจะพัฒนาประสาทการรับรสได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 14 สัปดาห์แล้วค่ะ และการเลือกกินอาหารของคุณแม่ จึงส่งผลต่อความพึงพอใจในการกินอาหารของลูก น้อยด้วยเช่นกัน มีการศึกษาชิ้นหนึ่งได้ทดลองแบ่งคุณแม่ตั้งครรภ์ออกเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 ให้คุณแม่ดื่มน้ำ บร็อกโคลี กลุ่มที่ 2 ดื่มน้ำแครอต และกลุ่มที่ 3 ดื่มน้ำเปล่าทุกวัน หลังจากนั้นก็ตามดูว่า เมื่อคลอดลูกออกมาแล้ว พฤติกรรมการกินอาหารเหลวครั้งแรกของเด็ก ๆ เป็นอย่างไร พบว่าเด็ก ๆ จะกินอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำผัก ที่แม่เคยดื่มระหว่างตั้งครรภ์มากกว่าอาหารอื่น ซึ่งพอจะอธิบายได้ว่า การกินผักของแม่ในช่วงตั้งครรภ์จะช่วยให้ลูก ๆ กินผักเหล่านั้นได้เมื่อเติบโตขึ้น

8. นวด นวด นวด

การ นวดเป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยกระตุ้นระบบประสาทลูกน้อยให้รู้สึกสบายและผ่อนคลาย เพียงคุณแม่ลองหาช่วงเวลาสงบ เอนกายท่าที่สบาย ๆ ในห้องที่อากาศถ่ายเทสะดวก อาจจะเปิดเพลงบรรเลงคลอเบา ๆ ไปด้วยก็ได้ค่ะ จากนั้นเอาน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ เช่น มะกอกหรือมะพร้าว ถูที่มือเบา ๆ (ควรเลี่ยงใช้น้ำมันจากเมล็ดอัลมอนต์ และน้ำมันหอมระเหยต่าง ๆ ตอนตั้งครรภ์ค่ะ) แล้วค่อย ๆ ลูบไล้ไปที่ท้องอย่างแผ่วเบาแต่ลุ่มลึก โดยเน้นบริเวณที่สัมผัสถึงลูกน้อย แต่ถ้าเมื่อไรที่ลูกเตะให้หยุด แล้วค่อยนวดต่อหลังจากที่ลูกหยุดเตะแล้วค่ะ

9. ออกกำลังกาย

การ ออกกำลังกายของคุณแม่ ช่วยให้ลูกในครรภ์อารมณ์สงบและผ่อนคลาย เพราะขณะที่คุณแม่ออกกำลังกายในท่วงท่าและระยะเวลาที่เหมาะสม จะทำให้ออกซิเจนไหลผ่านกระแสเลือดของลูกน้อยได้ดีขึ้น ส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตโดยเฉพาะสมอง และหลังออกกำลังกาย ร่างกายก็จะหลั่งสารเอ็นดรอฟิน ที่ช่วยให้คุณแม่และลูก รู้สึกถึงความสุขสงบไปได้อย่างยาวนานต่อเนื่องถึง 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว

10. มอบความรักแก่คนรอบข้าง

ขณะที่คนเรามีความรัก ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนแห่งความรัก ที่ชื่อ "ออกซิโตซิน" ขึ้นมา ซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวเดียวกันกับที่ทำให้คุณแม่รู้สึกรัก และผูกพันกับลูกมากขึ้น การมอบความรักความปรารถนาดีต่อคนรอบข้าง จึงช่วยให้ร่างกายของแม่หลั่งออกซิโตซินมากขึ้น และฮอร์โมนทั้งหมดที่ส่งผ่านรกไปสู่ลูก จะช่วยทำให้ลูกรู้สึกเช่นเดียวกันกับคุณด้วย

หวังว่าวิธีเหล่านี้ คงจะไม่ยากเกินกว่าที่คุณแม่จะตัดสินใจทำทันทีในวันนี้ เพื่อให้ได้ลูกที่ดีมีคุณภาพในวันหน้าค่ะ

คุณพ่อก็มีส่วนร่วมได้

คุณพ่อก็สามารถช่วยคุณแม่สร้างสัมพันธภาพกับลูกได้ไม่ยากเลย เพียงแค่

หมั่นพูดคุยกับลูก เพราะความจริงแล้ว ลูกน้อยในครรภ์จะสามารถฟังเสียงทุ้ม ๆ ของคุณพ่อได้ดีกว่าเสียงเล็ก ๆ ของแม่เสียอีก

สัมผัสลูบคลำท้องคุณแม่ เพื่อรับรู้ความรู้สึกขณะที่ลูกเคลื่อนไหว และจูบที่ท้องของคุณแม่เบา ๆ เพื่อส่งผ่านความรักถึงลูกน้อย
News Others
Promotion Credit Card in BBB50
Promotion Credit Card in BBB50
ลงทะเบียนเข้างานครั้งแรก
ลงทะเบียนเข้างานครั้งแรก
ครอบครัว BBB บริจาคเพื่อผู้ป่วยเด็ก ศิริราชมูลนิธิ
ครอบครัว BBB บริจาคเพื่อผู้ป่วยเด็ก ศิริราชมูลนิธิ
รายได้ครึ่งหนึ่งจากการจำหน่ายบัตรสมาชิก BBB และเงินบริจาคจากคุณพ่อๆ แม่ๆ ทุกท่าน จะเป็นกำไรคืนสู่สังคม
Sponsors
view all
Banner
view all