ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
Sponsors
view all
Banner
view all
News
Share
ทำอย่างไรเมื่อลูกติดขวดนม
ทำอย่างไรเมื่อลูกติดขวดนม เด็กๆ ควรเลิกดูดนมจากขวดตั้งแต่อายุ 1 ขวบ แต่ถ้ายังทำไม่ได้ ก็ผ่อนผันให้ได้จนถึงอายุ 1 ขวบครึ่ง การดูดนมจากขวดเกินกว่าอายุ 1 ขวบครึ่งหรือ 2 ขวบ มักจะทำให้เด็กๆ ติดใจการดูด อยากดูดนมมากกว่าจะรู้สึกหิวจริงๆ ตื่นขึ้นมากลางดึก ก็มักจะร้องหาขวดนม และบ่อยครั้งที่นอนหลับคาขวดนม 

ประการที่ 1 หากเด็กๆ เลิกดูดนมจากขวดช้าเกินไป ผลเสียที่จะตามมามีมากมาย ประการแรก เมื่อกินแต่นม ก็จะทำให้อิ่ม และไม่ยอมกินข้าวหรืออาหารอื่นๆ ทำให้ขาดวิตามินและแร่ธาตุบางอย่างที่อาจมีไม่พอในนม เช่น วิตามินซี 

ประการที่ 2 หากกินแต่นม และกินมากเกินไป ก็จะทำให้กลายเป็นเด็กอ้วนได้ 

ประการที่ 3 เมื่อกินแต่นม ซึ่งมีกากอาหารน้อย ก็จะทำให้ท้องผูกได้ 

ประการที่ 4 หากกินแต่นม ความหวานจากนม ประกอบกับการดูดนมจนหลับคาขวด โดยไม่ได้ดื่มน้ำตาม จะทำให้มีคราบนมติดอยู่ที่ฟัน ทำให้ฟันผุได้ 

หากเด็กติดขวดนมไปจนถึงอายุ 3 ขวบ นอกจากฟันจะผุแล้ว ยังอาจทำให้ฟันยื่น แถมยิ่งโต เด็กก็ยิ่งดื้อ จนไม่ยอมเลิกง่ายๆ 

จากสถิติพบว่า เด็กอายุ 2-3 ขวบ ที่ยังคงดูดนมจากขวด มีถึงร้อยละ 80 ...อายุ 4 ปี ก็ยังมีให้เห็นถึงร้อยละ 45 ...เด็กอายุ 8 ปีที่ยังดูดนม ก็ยังพบได้ แปรงฟันก่อนนอนแล้ว ก็ยังคว้าขวดนมมาดูด และหลับคาขวดนม พบอีกร้อยละ 44 


เด็กอายุ 2-3 ปี มีน้ำหนักเกินจนเข้าขั้นอ้วน อีกร้อยละ 36 และเด็กอายุ 3 ปี มีปัญหาฟันผุเพราะติดขวดนม พบได้ถึงร้อยละ 65 พ่อแม่หลายคนเจอปัญหานี้ แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร วิธีที่จะช่วยให้ลูกเลิกดูดนมจากขวด ก็คือ 
  • ต้องตั้งใจจริง และต้องใจแข็ง 
  • ฝึกให้ลูกดื่มนมจากแก้ว อาจใช้วิธีพาไปข้างนอกตอนกลางวัน โดยไม่เอาขวดนมไปด้วย แล้วให้ดื่มนมจากแก้วหรือกล่องแทน 
  • นอกจากฝึกนิสัยช่วงกลางวันแล้ว ยังต้องเปลี่ยนนิสัยช่วงกลางคืนด้วย เปลี่ยนจากดูดนมก่อนนอน เป็นดื่มนมก่อนนอนแทน 
  • ฝึกให้ลูกเลิกดูดนมมื้อดึก โดยค่อยๆ ลดปริมาณนมมื้อดึก จนเลิกได้ในที่สุด 
  • ฝึกให้ลูกแปรงฟันก่อนนอน แล้วพาเข้านอนโดยเล่านิทาน ร้องเพลง หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ก่อนเข้านอน และอย่าปล่อยให้ลูกหลับคาขวดนม 

หากทำทุกวิธีแล้วยังไม่ได้ผล ก็ต้องใช้วิธี “หักดิบ” นั่นก็คือ เก็บอุปกรณ์ทุกอย่างเกี่ยวกับขวดนมออกจากบ้าน เมื่อถึงขั้นนี้ อาจต้องให้คุณพ่อช่วย เพราะพอคุณแม่เห็นลูกน้ำตาร่วง ก็อาจจะใจอ่อนได้ง่ายๆ ในขณะที่คุณพ่อมักจะใจแข็งกว่า 

ส่วนวิธีการป้องกันไม่ให้ลูกติดขวดนม ซึ่งทำได้ก่อนแต่เนิ่นๆ ก็มีหลายวิธีด้วยกัน 
  • ฝึกให้ลูกเข้านอนเป็นเวลาตั้งแต่เล็กๆ 
  • ฝึกให้ลูกหลับได้ด้วยตัวเอง โดยให้นอนเมื่อเริ่มง่วง เพราะถ้ากกกอดหรือให้ลูกดูดนมจนหลับ ก็จะชินกับการปฏิบัติดังกล่าว เมื่อตื่นกลางดึก ไม่มีใครกล่อมให้หลับ ก็มักจะร้อง และลงท้ายด้วยการดูดนม ทั้งๆ ที่อาจจะไม่หิว 
  • ฝึกกินนมมื้อกลางวันให้อิ่มในแต่ละมื้อ ส่วนนมมื้อดึก ให้กินแค่พอหายหิว ไม่บังคับหรือพยายามให้กินมากๆ 
  • เริ่มฝึกลดและเลิกนมมื้อดึก ตั้งแต่อายุ 3-4 เดือน และพยายามเลิกให้ได้เมื่ออายุ 5-6 เดือน หากลูกขยับตัวนิดหน่อย รอสักพักว่าหิวจริงหรือไม่ ถ้าสัมผัสเบาๆ เช่น ตบก้น แล้วหลับได้ ก็ปล่อยให้หลับไปเอง 
  • ฝึกกินนมให้อิ่มในมื้อก่อนนอน หลังทำความสะอาดฟันแล้ว ไม่ควรให้ดูดนมอีก ก่อนนอนอาจเล่านิทานหรือให้ฟังเพลง และอย่าปล่อยให้หลับคาขวดนม 
  • หาตุ๊กตาหรือของเล่นที่ลูกชอบพาเข้านอนด้วย เมื่อลูกอายุ 4-5 เดือน ลูกจะได้ไม่ติดขวดนม และควรให้มีผลัดเปลี่ยน ลูกจะได้ไม่พลอยติดตุ๊กตาไปด้วย 
  • สร้างบรรยากาศตอนกลางคืนให้น่านอน ไม่เปิดไฟสว่าง หรืออุ้มเล่นกลางดึก 
  • ฝึกลูกใช้ขวดนมเมื่อเวลาหิว ไม่ใช้เป็นของเล่นเดินถือไปมา 
  • ฝึกจิบน้ำหรือนมจากแก้ว เมื่ออายุ 4-5 เดือน เพื่อให้เริ่มคุ้นเคย 
  • เมื่อลูกอายุได้ 6-8 เดือน จะพัฒนาความสามารถในการนั่งทรงตัวได้ดี รวมทั้งมีความสามารถในการใช้มือ โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ หยิบจับสิ่งของได้ดีขึ้นกว่าเมื่อตอนอายุน้อยกว่านี้ ซึ่งเด็กจะหยิบสิ่งของโดยกำไว้ทั้งฝ่ามือ 


ในช่วงเวลานี้ พ่อแม่ควรเริ่มหัดให้ลูกหยิบอาหารกินเองบ้าง เช่น อาหารที่อ่อนนุ่ม หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หัดให้ลูกดื่มน้ำจากถ้วยพลาสติกที่มีหูจับ เมื่อลูกสามารถดื่มน้ำได้ดีแล้ว หัดให้ดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำนมจากถ้วย และค่อยให้เลิกดูดนมในมื้อกลางวันก่อน จนเลิกดูดนมในมื้อก่อนนอนได้ 

การหัดให้ลูกช่วยตัวเองในการดื่มน้ำ ดื่มนม และกินอาหาร จะช่วยส่งเสริมความสามารถในการดูแลตัวเองในภารกิจประจำวันของลูก และยังเป็นการหัดให้เด็กรู้จักรักษาความสะอาดและสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น พาไปล้างมือก่อนให้หยิบอาหาร และพาไปล้างมือล้างปาก เช็ดมือเช็ดปากหลังอาหาร รวมทั้งยังเป็นการฝึกวิธีการและมารยาทในการรับประทานอาหาร ซึ่งเด็กจะค่อยๆ พัฒนาความสามารถไปเรื่อยๆ ตั้งแต่อายุ 6-8 เดือน ไปจนกระทั่งสามารถรับประทานอาหารเองได้เรียบร้อยเมื่ออายุประมาณ 2-3 ปี 

การสร้างบรรยากาศให้ลูกรับประทานอาหารเองอย่างมีความสุขก็มีความสำคัญ ซึ่งจะช่วยป้องกันกรณีลูกไม่ยอมกินข้าวเมื่อถึงเวลาเลิกใช้ขวดนม 

ข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
News Others
ประกาศรายชื่อผู้โชคดี กิจกรรม ลงทะเบียนเข้างาน BBB39
ประกาศรายชื่อผู้โชคดี กิจกรรม ลงทะเบียนเข้างาน BBB39
ประกาศผลกิจกรรม "หนูน้อยยิ้มหวาน"
ประกาศผลกิจกรรม "หนูน้อยยิ้มหวาน"
Promotion Credit Card in BBB39
Promotion Credit Card in BBB39
Sponsors
view all
Banner
view all