ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
Sponsors
view all
Banner
view all
News
Share
‘ปาน’ หลากชนิดของเบบี๋
‘ปาน’ หลากชนิดของเบบี๋ เมื่อลูกน้อยเกิดมาคุณพ่อคุณแม่ย่อมรู้สึกปลาบปลื้มยินดี แต่เอ๊ะ...ทำไมที่ผิวหนังมีรอยปื้นและสีผิดปกติ ซึ่งบางครั้งอาจพบตั้งแต่แรกเกิดหรือเกิดขึ้นภายหลังก็ตาม หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าความผิดปกตินั้นเป็นปานหรือไม่ และมีอันตรายต่อลูกน้อยไหม เรามาทำความรู้จักปานในทารกแรกเกิดกันดีกว่าค่ะ 

สำหรับทารกแรกเกิดอาจพบปานได้หลายชนิด ดังนี้ค่ะ
1.ปานดำแต่กำเนิด (Congenital Melanocytic Nevus) แรกเกิดอาจเห็นเป็นสีค่อนข้างแดง ต่อมาภายในเวลาไม่กี่เดือนจะมีสีน้ำตาลเข้มขึ้น หรือบางรายอาจเห็นเป็นสี ดำเข้มหรือน้ำตาลเข้มตั้งแต่แรกคเกิดส่วนใหญ่จะมีขนาดโตกว่าไฝธรรมดา ผิวอาจเรียบหรือนูน ขรุขระเล็กน้อย และอาจมีขนอยู่บนปานดำนั้นร่วมด้วย ปานชนิดนี้มักไม่มีอันตราย นอกจากมีผลในด้านความสวยงาม แต่หากมีขนาดใหญ่ อาจมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้

2.ปานมองโกเลียน (Mongolian spot) จะมีลักษณะเป็นปื้นสีเทาหรือสีน้ำเงิน อ่อนขนาดใหญ่ ขนาดตั้งแต่ 0.5 – 11 ซม. มักจะพบบริเวณก้น หลัง อาจพบที่ไหล่หรือศีรษะได้บ้าง ปานชนิดนี้ไม่มีอันตรายใดๆ และมักจะจางหายไปได้เองใน 1 ขวบปีแรก

3.ปานแดง แบ่งออกได้ตามลักษณะดังนี้

- ปานแดงสตรอเบอรี่ (Strawberry Nevus) เป็นตุ่มหรือก้อนนูนสีแดงเข้ม พบในช่วง 1-4 สัปดาห์หลังคลอด มักพบบริเวณใบหน้าและลำคอ ระยะแรกจะโตเร็วจนถึงอายุประมาณ 1 ขวบ จากนั้นสีจะม่วงคล้ำขึ้น และ 85% จะหายไปได้เองภายในอายุประมาณ 7 ขวบ เหลือเป็นแผลจางๆ 

ปานชนิดนี้โดยทั่วไปแล้วไม่จำเป็นต้องรักษาเพราะหายเอง แต่ในบางครั้งอาจมีภาวะ แทรกซ้อนได้ เช่น การติดเชื้อ ถ้ามีแผลเกิดขึ้นอาจติดเชื้อได้ มีเลือดออก หากปานมีขนาดใหญ่มากอาจมีภาวะหัวใจล้มเหลวได้ หรือเกิดเกร็ดเลือดต่ำ ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาเกร็ดเลือดทำลาย กันเอง ซึ่งหากมีภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะพิจารณาให้การรักษา เช่น ให้รับประทานยาหรือฉีดยาสเตียรอยด์ (steroid) เพื่อให้ก้อนปานยุบลงได้ จี้ไฟฟ้าหรือจี้เย็นใช้แสงเลเซอร์ เป็นต้น

- ปานแดงจากผนังเส้นเลือดผิดปกติ (Capillary Hemangioma) ลักษณะเป็นตุ่มนูนหรือปื้นสีแดงขนาดใหญ่ที่บริเวณใบหน้าซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย 

ปานชนิดนี้อาจพบความผิดปกติของตาร่วมด้วย เช่น ถ้าพบปานชนิดนี้บริเวณเปลือกตาหรือขมับ อาจมีขนาดใหญ่ขึ้นเบียดตา หรือเกิดต้อหิน ทำให้ตาบอดได้ นอกจากนั้นแล้วอาจพบร่วมกับความผิดปกติของสมองหรือกระดูกได้

การรักษาปานชนิดนี้มักใช้แสงเลเซอร์ (Vascular laser) ซึ่งผลของการรักษาขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของปานแดง


4.ปานโอตะ (Nevus of Ota) อาจพบในเด็กแรกเกิด หรือบางรายพบในตอนเป็นผู้ใหญ่แล้ว ลักษณะจะคล้ายปานมองโกเลียน คือมีสีเทาหรือน้ำเงิน แต่มักพบบริเวณโหนกแก้ม หรือขมับ ปานลักษณะนี้จะไม่จางหายไปเหมือนปานมองโกเลียน และจะไม่กลายเป็นมะเร็ง จึงไม่มีอันตรายใดๆ นอกจากไม่สวยงามเท่านั้น เมื่อเด็กโตขึ้นสามารถใช้เลเซอร์รักษาได้

ปานส่วนใหญ่มักจะไม่อันตราย แต่คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงและความผิดปกติ และหากไม่แน่ใจว่าลูกเป็นปานชนิดใดและอันตรายหรือไม่ ควรพาไปพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อรับการวินิจฉัยและติดตามการรักษาต่อไปค่ะ

  
 ข้อมูลจาก : http://www.vcharkarn.com/varticle/40125
News Others
Promotion Credit Card in BBB50
Promotion Credit Card in BBB50
ลงทะเบียนเข้างานครั้งแรก
ลงทะเบียนเข้างานครั้งแรก
ครอบครัว BBB บริจาคเพื่อผู้ป่วยเด็ก ศิริราชมูลนิธิ
ครอบครัว BBB บริจาคเพื่อผู้ป่วยเด็ก ศิริราชมูลนิธิ
รายได้ครึ่งหนึ่งจากการจำหน่ายบัตรสมาชิก BBB และเงินบริจาคจากคุณพ่อๆ แม่ๆ ทุกท่าน จะเป็นกำไรคืนสู่สังคม
Sponsors
view all
Banner
view all